Showing posts with label Sushi. Show all posts
Showing posts with label Sushi. Show all posts

Thursday, May 22, 2014

Day 12 : The last day in Tokyo บะบาย ล่ะนะ

DAY 12 : The Last Day in Tokyo บะบาย ไปหล่ะนะ พร้อมๆ ซูชิ

จุ๊ๆ ... อย่าเสียงดังนะ วันนี้ ผมต้องตื่นตั้งแต่ ตี 4 เพื่อจะออกเดินทางไปแดก ซูชิที่ ตลาดปลา ซึกิจิ พวกเราค่อยๆ ถยอยตื่นกันคนสองคน กว่าจะออกจากที่ ห้อง NUI ก็ประมาณ ตี 5 ได้ พวกเราเดินออกมา เพื่อขึ้น Taxi แล้ว มุ่งหน้าไปที่ตลาดปลา ซึกิจิ (Tsukiji ) กันเลย เย่!!!

จากที่พวกเราคาดการ การเดินทางออกตัวก่อนที่ รถไฟใต้ดินจะเปิดทำการ แปลว่า พวกเราต้องมาเป็นคิวที่ 1 อย่างแน่นอน

พวกเรามาถึงที่ ตลาดกัน ประมาณตี5 ครึ่งเห็นจะได้ คิวที่ร้าน ซูชิไดยาวแล้ววววว ... ยาวขนาดที่ ปิติถึงกับตกใจเลยทีเดียว มองประมาณการจากสายตา ไม่ต่ำกว่า 40 คน ได้ ... อากาศก็หนาว พวกเรายืนกันตัวสั่นเป็นลูกเป็ดน้อยๆเลยอ่ะ

แถวก็ค่อยๆ ขยับ จากนอกร้าน ค่อยๆเข้าใกล้ร้านขึ้นเรื่อยๆ ยังดีนะครับที่มีคุณป้า มาค่อยเอาซุปอุ่นๆ มาให้พวกเราได้พอแก้หนาวบ้าง ไม่งั้นคงแข็งแน่ๆ ...


หนาวแสร่ด อ่ะขอบอก ขอบอก ...
ตี5 ครึ่ง ... ุโมงเช้า ... 7โมงกว่า ๆ เกือบๆ 8 โมงได้ พวกเราก็มาถึงที่หน้าร้านแล้ว ปิติเล่าว่า ณ ตอนที่พวกเราอยู่ใกล้ๆ ประตูร้านว่า ... พ่อครัวร้านนี้ชอบชวนคุย คุยนั้นนู้นนี่ ยาว ค่อยๆถามว่าเอานั้นไหม? อร่อยหรือป่าว ... แทนที่จะรีบๆ เสริฟ รีบให้ให้ลูกค้ากิน แล้ว ก็รีบๆออก (เหอะๆๆๆ) แม่งก็เล่าอยู่นั้นแหละ ไม่รู้แม่งจะเล่า จะทักทายอะไรนักหนา คนในร้านแม่งก็ แทนที่จะรีบกิน แม่งก็คุย ยิ้ม นั้นนู้นนี่อยู่ได้ ((ปิตาซังก็บ่นๆไปงั้นแหละครับ ขำขำ))



ในที่สุดเราก็ได้เข้ามากิน ในร้านแล้ว โอกาสที่เราจะนั่งยาว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ถ่ายรูป คุยกับ เชฟ มาถึงกูแล้ว ... สิ่งที่มาถึงเราเป็นสิ่งแรกก็คือ ซุปกับชาเขียว อุ่นๆ ... มันช่วยชีวิตผมได้มากเลยอ่ะครับ พ่อครัวเริ่มถามว่าแพ้ปลาไหม? .... แดกปลาร้าได้หรือป่าว? ... มีปลา 10 อย่างนั้น ชิ้น 11 เลิกที่ชอบเอานะ ... จากนั้นก็ชวนคุย แล้วก็ค่อยๆ เสริฟ ซูชิ ทีละชิ้น ทีละชิ้น ... 

ผมก็ตามภาษาคนไทย ถ่ายรูปมันทุกชิ้นเลย แล้วก็ รีบกิน (ในใจก็เกรงใจคนช้างนอกนะครับ แต่ก็แอบมีอารมณ์ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ ... ตากูช้าบ้างแหละ อิอิอิ แต่ก็ยังแอบสงสารนะครับ ดังนั้น รีบแดกรีบถ่ายดีก่า)

เรื่องของซูชิก็อร่อยครับ อร่อยมาก ก ก ก ก ก  .. กินๆๆๆ มันก็อร่อยในราคาที่ไม่แพงมากนักนะครับ ถ้ามีเวลา มีกำลังพอจะรอ ก็อยากแนะนำให้มากินนะครับ



เฮ้ย อร่อยน้ำตาไหลนะเนี๊ยะซูชิ สดๆ มันอร่อยอย่างนี้นี่เอง









หลังจากที่กินกันจนอิ่มแล้ว เก็บเงินแล้ว พร้อมจะออกจากร้านแล้ว ... เราก็ถ่ายรูปพวกเราเอง แล้วก็ขยับจะออก คุณป้า ... เดินเข้ามาเรียก แล้วทำท่าทางแบบว่า มาป้าถ่ายให้ จะได้รูปสวยๆพร้อม เชฟ ฮ่า ๆ พวกเราเลยยอมเสียเวลาอีกแป๊ปนึง (อารมณ์เหมือนแกล้งคนข้างนอกเลย) ... สุดท้ายพวกเราเลยได้รูปคู่เชฟมาอีก 1 รูป ประทับใจ ประทับใจ ดีครับ สำหรับร้าน ซูชิเดน


อร่อยจังเลย ... ปิตาซังสัญญาว่าคราวหน้าจะพาไปร้านเทพอีกร้านแบบไม่ต้องต่อคิว
แต่ต้องจอง และแพงกว่านิดหน่อย ... รอปิตาซังนะครัซ

ถ้าสังเกตดีดี จะเห็นรังศีอาฆาต มาจากนอกร้าน เป็น แสงสีแดง ที่ มี
คำพูดลอยมาด้วยว่า ... "รีบๆหน่อยพวกมึง"

พอเดินออกจากร้านมา ผมบอก ปิตาซังว่า อยากแวะร้านร้านนึงที่ เป็น ร้านกาแฟ น่ารักๆ ที่ครั้งก่อนมาเห็น ...  วันนี้ผมเลยเดินทางนำเพื่อนๆมาแวะร้านกาแฟ ... ร้านกาแฟยังน่ารักเหมือนเดิม พวกเราเดินขึ้นมาชั้นสอง สั่ง กาแฟ 2-3 แก้ว

สรุปกาแฟร้านนี้ก็ เรียบๆนะครับ แต่ก็ แก้ความอยากลองกินกาแฟร้านนี้ของผมไปได้ ...


หลังจากกาแฟแล้ว พวกเรา ก้กลับมาเอากระเป๋าที่ NUI แล้วก็ มุ่งหน้า ไปที่ Locker JR Uenoที่จะไป Airport กระเป๋า พวกเราก็ไม่ได้เยอะนะครับ นิดหน่อย นิดหน่อยเอง ดูรูปเอา ...

พวกเราลากกระเป๋า ขึ้นรถไฟมาลงที่ Ueno ครับ แล้วก็ยัดกระเป่าทุกใบใส่ Locker แล้วก็ออกมาเดินเล่น รอเวลาครับ มาแวะหยอดตู้กาชาปองที่ ตึกแถวๆ นั้น แล้วก็แวะวื้อของเล็กๆ น้อยๆครับ







พอเริ่มหิวก็แวะทาน ข้าวแกงกระหรี่ ราคาถูก เป็นการจบท้าย



เดินเล่นได้สักพัก ซื้อของเล่นนิดหน่อย ก็มากินข้าวแกงกระหรี่ ราคาไม่แพงแถวๆ นั้นครับ เป้นการรองท้องก่อนจะกลับบ้าน ที่กรุงเทพฯ เมืองไทยครับ พอได้เวลา พวกเราก็มารอรถไฟกันครับ ระหว่างรอก้นั่งเล่นเกมส์ ทำนู้นนี่นั้นไปเรื่อย ... 

ผมเองรู้สึกเหงานะครับ ใจนึงไม่อยากกลับบ้านเลย
แปลกดี ... ผมขึ้นรถไฟจาก โตเกียวมาที่นาริตะ แบบเหงาๆ เพราะว่าต้องกลับบ้านแล้ว ทริปนี้ ทริปแสนสนุกนี้กำลังจะจบลงแล้ว แบบ ... ประทับใจผมนะ ถึงจะเหนื่อย จะหนาว จะต้องรอกินนี่นั้น แต่ ทุกช่วงเวลา มันแม่งสนุกจริงๆ ...

มาถึงที่ นาริตะ เรา check-in กระเป๋ากันแบบสบายๆ เดินไป shopping กันนิดหน่อยก่อนขึ้นเครื่อง บินกลับบ้าน ...




ปากกาเขียนแล้ว ลบได้ ช๊อบชอบ ... อิอิอิ

กลับมาถึงกทม ... แล้วจ้า

จบทริปทุกอย่าง อย่างสมบูรณ์แบบ
ทริปแสนสนุก
ขอบคุณ
ปิตาซัง ที่พาเที่ยว ทำการบ้านอย่างหนักให้พวกเราไม่ต้องคิดมาก ... กินอร่อย นอนสบาย
เต้ย ที่ถ่ายรูปสวยๆ ทำให้ ไม่ต้องเอากล้องไป มึงแบกหนัก พวกกูสบาย ...
ตั้ม ช่วยเติมเต็ม ทริป มีมุขขำๆบ้าง ไม่ขำบ้าง ... + ช่วยเต้ยถือของ และซื้อมิกุอย่างบ้าคลั่ง
ขอบคุณ Sapporo ที่ ทำให้รู้ว่า พายุหิมะเป็นยังไง ...
ขอบคุณ Otaru ที่เป็นเมืองน่ารักๆ ... ของแพงแต่อยากซื้อ
Neseki ที่ทำให้สนุกสนามกับ Snow board
ของคุณ Hakodate ที่เป็นวิวสวยๆ อากาศหนาวๆ ... ออนเซ็นเปิดซิง
ขอบคุณร้านปู ทำให้ได้กินปูตัวใหญ่
ขอบคุณ ข้าวสาร Hostel ... มีที่นอนสองชั้น ได้นอนชั้นบนด้วย
ขอบคุณคุณลุง Tram ที่เอาหมวกน้องฮุยมาคืนปิตาซัง
ขอบคุณ ชินคังเซน ที่รอปิติจนวินาทีสุดท้าย
Miku ขอบคุณที่ทำให้ พวกเรารู้จัก Nendoroid
ขอบคุณ NUI เป็นที่ ปรับทุกข์เรื่องหัวใจ
JINs สำหรับแว่นตาดีดี
ขอบคุณ Madarake สำหรับ JOJO โจสุเกะ
ขอบคุณ กินซ่า สำหรับ ข้าวหมูทอด
ขอบคุณร้าน Hamberg ทำให้รู้ว่า โลกนี้มีเนื้ออย่างคุณ
อากิฮาบาระ สำหรับ Figure น่ารักๆ ทุกตัว
ขอบคุณ โตเกียว สำหรับ พายุหิมะหนักๆ วันนั้น
ขอบคุณ ร่มของ NUI ทำให้ผมไม่เปียกหิมะ
ขอบคุณ คุณป้า ร้านซูชิที่ถ่ายรูปให้
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ทุกช่วงเวลาใน ทริปนี้เลย



Monday, May 13, 2013

Tokyo, Japan trip, DAY 3 : Tsukiji Hongan-ji, Meiji Shrine รักนะ Harajuku, Shibuya และราเมนสุดยอด


DAY3 Tokyo Japan 

Tokyo, Japan trip, DAY 3 :  Tsukiji Hongan-ji, Meiji Shrine รักนะ Harajuku, Shibuya และราเมนสุดยอด

หลังจากที่ตะลุย โตเกียวมาจะครึ่งนึงแล้ว ส่วนมากเป็น Landmark ที่เราต้องไปเกือบทั้งหมด วันนี้เรามาตะลุยส่วนที่เหลือกันดีกว่า ... วันนี้เราตื่นเช้ากว่าทุกวัน อากาศก็หนาวกว่า 2 วันที่ผ่านมาด้วย ... ที่แรกของวันนี้ที่เราจะไปคือ "ตลาดปลา" เย้ เย้ จะได้ กินซูชิแล้วหล่ะวันนี้ 

สถานีที่เราต้องไปลงกันวันนี้คือ Tsukiji Station ครับ เราออกมาแล้วก็มุ่งหน้าไปตลาดปลาเลย ...






พอมาถึงตลาดปลา Tkukiji แล้ว เราก็เดินดูตลาดปลาด้านนอกก่อน เราพบกันพวกอาหารแห้ง อุปกรณ์ทำครัวทุกอย่างเลย แต่ที่ผมประทับใจมากสุดคงเป็นร้านมีดอ่ะครับ เหมือนที่เคยอ่านการ์ตูนเรื่อง Toriko เลย ที่มีร้านมีดสำหรับแล่ปลาหลายๆชนิดมากมาย หลังจากที่เดินในตลาดที่เป็นส่วนด้านนอกแล้ว ผมก็เดินไปหา Information เพื่อไปหาร้านในตำนาน Sushi Dai มาถึงที่ร้าน คนแน่นมาก ๆ ... เลยอ่ะครับ 


ต้นวาซาบิ น้องพลอยไม่เคยเห็น ผมเลยชี้ให้น้องพลอยดู ...
ผมคิดในหัวอยู่ว่า ถ้ากัดแล้วเคี้ยวกรุ๊บๆจะเป็นไง ?

คิวหน้าร้านแน่นมาก ๆ ... Sushi Dai ที่ขึ้นชื่อ ฮ่า ๆๆ ครั้งหน้าจะกลับมาใหม่

หลังจาก Sushi Dai พวกเราก็เดินหน้าไปที่ ตลาดปลา Tsukiji เลยอ่ะครับ ระหว่างที่เราเดินในตลาดปลา ก็พบกับปลาแปลกๆเยอะแยะไปหมดเลย สภาพตลาดก็ไม่สกปรกเลยนะครับ ทุกๆร้านทำความสะอาดร้านตัวเองตลอดเวลาเลย วิธีการแล่ปลาแต่ละชนิดก็แปลกตามากๆเลยอ่ะครับ เห็นแล้วผมก็อยากกินมันทุกตัวเลย ... ดูภาพที่เก็บมาอวดกันเองแล้วกันนะครับ ฮ่า ๆๆๆ ...

ในที่สุดก็มาถึงทางเข้าตลาดปลาแล้ว วันนี้จะได้เจอปลาอะไรบ้างนะ?






ตัวอะไรไม่รู้ แต่ท่าทางน่าอร่อยอ่ะ แหะ ๆๆๆ ... อยากกินมาก ๆๆๆๆๆ ....


King Crab ค่อยก่อนนะ จะไปกินให้ได้ ปล. เล็งๆว่าจะไปกินที่แถวๆเมืองไทยอยู่






หลังจากที่อิ่มเอมกับ ตลาดปลา Tsukiji แล้ว พวกเราเองก็เริ่มหิวอีกแล้วอ่ะ ปลาดิบ ซูชิ ปลาดิบ ซูชิ พวกเราก็เดินมาที่ ศาลเจ้าแถวๆนั้นแป๊ปนึงเพื่อไหว้พระ ถ่ายภาพด้วย หลังจากนั้นก็เดินไปหลังตลาดเรื่อยๆ แล้วก็ ปิ๊งกับร้านๆ นึงที่อยากเข้าไปกิน ปลาดิบซะหน่อย






ผมเองก้็ำไม่ได้ว่า ร้านนี้ชื่อร้านอะไรนะครับ รู้สึกเหมือนว่าหลงเข้ามาด้วยแหละ แต่มื้อนี้ อาช้างจะเป็นคนเลี้ยงแหละ พวกเราเลยสั่งกันกระจุยมากๆ (ตอนแรกสั่งมานิดหน่อย เพราะคิดว่ามันน่าจะเยอะ) แต่ที่ไหนได้ ... ฮ่า ๆๆ น้อยกว่าที่คิดเยอะเลย ...
ก็เลยสั่งมาอีก สั่งมาเรื่อยๆ ... จนในที่สุดก็เต็มโต๊ะไปหมดเลยอ่ะครับ ... ของที่สั่งก็ จิ้มๆเอา ใจจริงผมอยากนั่งที่หน้า เคาเตอร์เลยนะครับ แต่ ด้วยความที่ว่าเรามากันเยอะไปหน่อย เลยนั่งไม่ได้ ก็เลยต้องเดินมาที่ชั้นสองแทน พวกเราลองทุกอย่างที่ลองได้ ทั้ง ปลาดิบ ไข่เม่น ทูน่า

อร่อยมากเลยอ่ะครับ (แต่ผมว่า ร้านญี่ปุ่นบ้างร้านในไทย อร่อยกว่าอีกนะครับ) ไว้พาพ่อแม่ไปกินดีก่า ...








ขากลับ ก่อนที่จะไป Landmark ถัดไป พวกเราแวะที่ Tsukiji Hongan-ji เป็นวัดที่ใหญ่ๆมาก เมื่อพวกเราเข้าไป ก็พบชาวฐี่ปุ่นกลุ่มนึงกำลังสวดมนต์กันอยู่ ทุกอย่างภายในสงบมากเลย ผมชอบนะ ผมอยู่ภายในได้สักพัก แม่กับกรรณ ยังเดินเล่นอยู่ ผมก็เดินออกรอด้านนอกระหว่างรอ ผมเจอร้านกาแฟ น่ารักๆอยู่ร้านนึงอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ... อากาศวันนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะเดินเข้าไปนั่ง จิบกาแฟที่ร้านนี้มากๆเลย

ร้านน่ารัก มี สองชั้น มองเห็นผู้คนเดินไปเดินมาตามทางเท้า ... ผมหลงรักร้านกาแฟแบบนี้จริงๆ




นี่แหละครับ ร้านที่ว่า ... ใครมีโอกาสช่วยไปนั่งจิบกาแฟแทนผมทีนะครับ

หลังจากที่ทุกคนพร้อมแล้ว พวกเรามุ่งหน้าไปที่ถัดไป นั้นคือ Meiji Shrine ครับ พวกเรามาถึงที่ Meiji Shrine สายๆ ครับ ผมตกลงจะแยกกันเดินกับอาครับ ผมมากับแม่และน้องกรรณ ... ระวังทางที่ต้องเดินเข้าไปในวัดนั้น เงียบมาก ก ก ก ก ... ผิดกับด้านนอก ต้นไม้ใหญ่ๆ เต็มไปหมด จนทำให้ผมลืมความวุ่นวายด้านนอก ที่เป็น โตเกียวไปเลย

ผมเดินไปเรื่อยๆ จนถึงตัววัดด้านใน ... ตอนที่จะเดินเข้าประตูไปนั้นผมก็พบกับที่ขายของที่ระลึกเป็น พวกเครื่องลาง ผมสนใจมากๆ เลย แต่ยั่งใจไว้ก่อน ค่อยมาดูอีกทีก็ได้





ถ่ายรูปหน้าวัดกับแม่ก่อน ... ฮ่า ๆๆ วันนี้อากาศหนาวๆ แต่ก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้หน่อย


แม่ยิ้มหลั๊นล๊ามากมาย ฮ่า ๆๆๆ 




หลังจากผ่านประตูวัดเข้ามา ผมก็ต้องตื่นเต้นกับภาพตรงหน้า "พีธีแต่งงานแบบญี่ปุ่น" อ่ะ ชอบอ่ะครับ ... รักเลย เวลาที่เห็นแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกว่าอยากแต่งงานแบบนี้จริงๆ ... ผมเองก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะครับ ว่าทำไม แต่รู้สึกได้ว่า ทุกคนตั้งใจทำให้พีธีการนี้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ...

พีธีการเริ่มจากการเดินเป็นแถว (เข้าใจว่าแบบเป็นฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว) ... แล้วก็มี การพูดอะไรกันด้วยอ่ะ ... สุดท้ายก็ไปจบที่การถ่ายรูปหมู่ ปิ๊งอ่ะ ชอบมาก ก ก ก ...






หลังจากที่อิ่มเอมกับทุกๆอย่างแล้ว ทั้งบรรยากาศ ทั้ง ... ของที่ระลึก (เครื่องลาง) ผมก็ออกมาเจออาๆ และพร้อมกับการตะลุย Harjuku เย้ ... แหล่งช้อปปิ้งวัยรุ่น โย่ ผมบอกครอบครัวว่า เราแยกกันเดิน แล้ว อีกประมาณ 2 ชม. มาเจอกันที่หน้า สถานีรถไฟนะครับ ...

ผมไปเดินกับแม่และกรรณ ... ร้านแรกที่ผมเข้าไป คือ Moji ที่น้องกรรณบอกว่ามันถูกกว่าที่เมืองไทย ผมได้ ที่หนีบปากาก ได้ คัตเตอร์ กับของจุ๊กๆจิ๊กๆอีกนิดหน่อย ... แล้วพวกเราก็เดินดูร้านค้า เสื้อผ้าวัยรุ่นกัน ... ดูงาน Art เพราะว่ามีร้านมาแสดงโชว์เยอะแยะเลย

เงาะเฟี้ยวมาก ๆ ... ฮ่า ๆๆ #GAP




และสุดท้ายผมก็ได้กลับมาที่บ้านเกิด Rilakkuma Shop ฮ่า ๆๆ ... รักจริงๆ ได้หมีขี้เกียจเนี๊ยะ ร้านนี้เป็นร้านที่ 3 แล้วที่ผมได้มีโอกาสแวะมาดูของ แต่ผมก็ยังซื้อไม่ลงอยู่ดีนะ เพราะว่ารู้สึกว่าราคามันแพง พอได้เวลานัดผมก็เดินกลับไปเจอคุณอาที่สถานีรถไฟ ... 


จุดหมายที่เราจะไปถัดไป คือ Shibuya ครับ ตอนที่เดินไปที่ สถานีรถไฟ พวกเราเจอ ฝรั่ง 2 คน กำลังหลงทางด้วย น้องกรรณ ก็เลยทำหน้าที่เข้าไปช่วยนำทาง บอกว่าต้องไปทางไหนยังไง ... อิอิ ... (น่ารักด้วย) เอาหล่ะ พวกเราต้องมุ่งหน้าไปที่ ชิบุยะแล้วหล่ะครับ ...

เมื่อมาถึง ชิบุยะ สิ่งแรกที่ผมเจอ คือ คน คน และ คน ... คนเยอะมาก ผมก้ไม่ค่อยเข้าใจนะครับว่าทำไม คนถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้ ฮ่า ๆ ... แต่มันก็ต้องมาจริงไหม?






สิ่งที่ผมคิดไว้ว่าต้องทำเมื่อมาถึง ชิบุยะ ... มีสองอย่างที่ผมคิดไว้
1. ถ่ายรูปกับ ฮะจิ
2. เดินข้ามถนนไปไปมามา ฮ่าๆๆ

แม่ค่อยคิดเหมือนผม ชิงตัดหน้าถ่ายรูปไปก่อน สำหรับ ฮะจิ ผมผิดหวังนิดหน่อย เพราะมันกลายเป็น ที่สูบบุหรี่ไปแล้ว (ตามคำบอกเล่า ก่อนที่ผมจะไป ญี่ปุ่น) แต่ผมก็พยายามหามุมและเวลาที่ไม่มีคนอยู่นะ ฮ่า ๆๆๆ



พวกเราตกลงแยกกันเดินเช่นเดิมครับ ... ผมมากับแม่ เรามุ่งหน้าข้ามถนนกันก่อน เลย (ดีใจมาก) ข้ามไปข้ามมา ส่วนกรรณ มุ่งหน้าไปจุดชมวิว (Starbucks) ผมเดินเล่นกับแม่ไปยังร้านค้าต่างๆ ... ถ่ายรูป กิน Mc' ด้วยนะ ฮ่า ๆๆๆ พอเดินจนไม่ไหวแล้ว เราก็ไปหาน้องกรรณที่ Starbucks เพราะว่า อากาศเริ่มหนาวมากๆ แล้ว ... ที่ Starbucks คนแน่นมากครับ ...

โชคดีที่กรรณได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ทำให้ผมเห็นคนเดินไปเดินมาก เต็มถนนเลย 
ชอบวิวแบบนี้จริงๆเลยอ่ะ (เสียดายคนเยอะไปมากๆ)

หล่อเน่อะ อิอิ



แม่ยังไหวอยู่ ... แม่บอก (แต่ผมว่า ขาแข้งคงปวดกระจุยแล้วหล่ะ)

พอได้เวลานัด น้องพลอยกับ อาช้างก็มารอแล้ว น้องพลอยเอารองเท้าใหม่มาอวดก่อนเลย ฮ่า ๆๆ ... แล้วก็เป็น Convert ที่เก๋มากๆ มีเส้นผูกสองสีด้วย เท่ห์ไม่หยอกเลย

เมื่อขึ้น Metro มาถึงที่ Shinjuku แล้ว พวกผมกรรณ ออกไปถามเรื่องตั๋วรถไฟไป Kamakura แต่เหมือนวันนี้โชคไม่เข้าข้าง เหมือนพวกเราจะหา Information ไม่ได้เลย แถวเรื่อง NEX เราก็ยังไม่รู้ด้วยว่าจะเอายังไงกับมัน มีรถไฟเที่ยวไหน ถึงจะไปที่สนามบินได้ ??? ... แต่ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลาอีกวันเน่อะ ...

เหนื่อย ....

เหนื่อยกันแล้วใช่ไหม? หิวกันแล้วสินะ อืม วันนี้กลับไปทานราเมนแถวๆ โรงแรมแล้วกันเน่อะ เพราะผมรู้ว่าวันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว และอากาศก็หนาวมากด้วย สุดท้ายเราก็กลับไปที่ ชินจุกุแล้วก็เดินหาร้านอาหารเพื่อให้กินกัน ... และแล้วผมก็เจอร้านที่มีไฟแว้ปๆ ... เข้าตา (มันคือร้านใน google map) 




ทุกคนหิวกันมาก จึงรีบสั่งแล้วก็เข้าร้านไปนั่งกินกัน ... อยากบอกว่าระหว่างกินไป น้ำตาแทบไหล อร่อยมาก ก ก ก ก ก... คงบวกกับอากาศที่หนาวเย็นด้วยมั๊ง มันเลยทำให้ ราเมนชามนี้อร่อยกว่า ปกติ ... ผมคิดกับตัวเองเลยอ่ะว่า ... "สักวันต้องกลับไปโดนร้านนี้อีกให้ได้) ....


หลังจากที่ ทุกคนเข้า โรงแรมไปแล้ว กรรณ กับผมออกจากโรงแรม เพื่อไปตามหา ซื้อ ตุ๊กตาให้เพื่อนน้องกรรณ จึงตัดสินใจไปที่ Tokyo Station ซึ่งมีคนบอกผมว่ามีของขายเยอะแยะเลย ... เมื่อไปถึงผมก็ถึงกับงงเลย ข้างบนสถานีไม่มีอะไรเลยอ่ะ ??? ...

กรรณกับผมจึงตัดสินใจ มุดลงไปใต้ดิน เผื่อวานจะมีร้านค้า และแล้วมันก็มีจริงๆด้วย มีตุ๊กตา มีขนม มีอะไรเยอะแยะไปหมดเลย ... แต่พวกเราก็ต้องเร่งๆเดิน เพราะว่า ร้านค้ามันจะปิดตอน 21:00 ผมกับกรรณ จึงคุยกันว่า ไว้เรามาใหม่ พรุ่งนี้ พา แก๊งค์มาด้วย จะได้ซื้อของฝาก ...

พวกเรากลับโรงแรมด้วยความเหนื่อยมาก ๆ
คืนนี้ผมอาบน้ำอุ่น ขาแข้งจะได้มีแรงสำหรับพรุ่งนี้ ... Good Night นะ โตเกียว