Showing posts with label Shop. Show all posts
Showing posts with label Shop. Show all posts

Saturday, May 17, 2014

Day 09 : Tokyo, Hokkaido Trip ~ โตเกียว อะกิฮาบาระ, พายุหิมะถล่ม ... กลับมาพักหัวใจเหงาๆ NUI*

DAY 9 : โตเกียว อะกิฮาบาระ, พายุหิมะถล่ม ... กลับมาพักหัวใจเหงาๆ NUI*

วันนี้ผมตั้งใจตื่นเช้าหน่อย อาบน้ำ แปรงฟันล้างหน้าเรียบร้อย แต่งตัวแล้วรีบขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของ NUI* เพื่อจะหม่ำๆ นมที่ซื้อมาเมื่อวาน เป็นนมรสบลูเบอร์รี่ (เชียวนะ) ชั้นบนสุดของ NUI ดีมาก เป็น zone ที่เป็นห้องครัว + ห้องนั่งเล่น Internet มีปลั๊กมากมาย มีเครื่อง Notebook วางไว้ให้ใช้งานด้วย 1 เครื่อง(ซึ่งมี keyboard Thai ด้วย แปลว่าคนไทยมาเยอะอยู่นะเนีียะ) + มีที่อ่านหนังสือ และ ที่สำคัญเห็นวิวแม่น้ำด้วย ((ถึงจะไม่เยอะก็เถอะ))

มาต่อ เรื่องนมดีกว่า นมบลูเบอร์รี่ก็อร่อยดีครับ ไม่หวานมาก ออกหวานๆเปรี้ยวๆ รสชาติผมว่าดี ... ชอบเลย ให้ดื่มอีกก็เอานะครับ หลังจากที่ นั่งดูนม เอ้ย ดูดนมแล้ว ก็ Check อากาศ พบว่า วันนี้ "หิมะมาเต็ม" เลยคิดว่าจะเอาร่มที่ NUI ออกไปสักคันนึงกันหิมะซะหน่อย ...

พกหมีมาดื่ม/ดูด นมบลูเบอร์รี่ด้วยกันแหละ อร่อยเลย



มุมไว้อ่านหนังสือ นั่งเล่น Internet สบายเลย

หลังจาก อิ่มนมแล้ว ดูวิวชิวล์แล้ว ... ผมก็ลงมาชิวต่อด้วยกาแฟต่อข้างล่าง ข้างล่างของ NUI นั้นเป็นร้าน Cafe มี กาแฟ มี เบียร์ มีเหล้า ในตอนกลางคืน ... ตอนนี้เเช้าอยู่ผมก็เลย จัดกาแฟมาแก้วนึง ((ถ้าจำไม่ผิด แขกที่พักที่ NUI จะได้รับส่วนลดค่ากาแฟด้วยนะครับ)) ระหว่างนั่งรอเพื่อนๆ ... ก็จิบกาแฟไป รอเพื่อนๆไป สักพักพวกปิติ เต้ย ตั้ม ก็ลงมา ...




วันนี้พวกเราตัดสินใจจะไป อากิฮาบาระกันครับ ว่าจะให้วันนี้ทั้งวัน เดินดู Model อย่างเดียวให้อิ่มเลย ... เช้านี้ผมก็เลยนัด น้องออม น้องสาวลูกพี่ลูกน้องมาเจอด้วย ระหว่างที่เราไปที่ อากิฯ หิมะก็ค่อยๆ ตกมาตามคาด ... พวกเราก็วิ่งไป ตึกนั้น ตึกนี้ จนมาตายที่ตึก Yodobashi-Akiba

เส้นทางจาก NUI ไปขึ้นรถไฟใต้ดินผ่านแม่น้ำสบายเลย


เครื่อง Print 3D อยากได้มาก แต่ไม่รู้จะแบกกลับมายังไง ?



ที่ตึก Yodobashi-Akiba พวกเราเดินดูของใช้ไปเรื่อยๆ หนึ่งก็กะว่าจะรอให้หิมะเบาลงหน่อย และก็รอน้องออมด้วย ... ถ้าจำไม่ผิด ผมรอน้องออมอยู่จนประมาณ เกือบๆเที่ยงได้ น้องออมก็มาแล้ว ปิติก็พาพวกเราตะลุยฝ่าหิมะไป อากิฯ *จริงๆ ...

ตอนที่ไป อากิฯ พวกเราก็หิวอยู่ปิติก็เลย เสนอว่า แวะไปกิน ข้าวแกงกระหรี่คิงคองกันเถอะ ซึ่งก็โอเคกันทุกคนเลย แกงกระหรี่ร้านนี้ขอบอกว่าให้เยอะมาก .... แถมแกงยังเป็นสีเข้มออกเกือบดำด้วย (ตอนแรกคิดว่าเอาหมึกปลาหมึกมาผสม) ... รสชาติเข้มข้นมาก ขอบอกว่า อร่อยดีมากๆเลยอ่ะครับ ...






หลังกินเสร็จ แยกย้ายกับน้องออมแล้ว พวกเรา ปิติ เต้ย ตั้ม ก็ตะลุย อากิบะฯ ต่อเลย ... ที่นี้ ปิติบอกว่า เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองก็ว่าได้ ปิติ เดินเข้าตึกนั้น ทะลุตึกนี้ สอนพวกเราว่าต้องดู โมเดลยังไง จดเลขไหน จะซื้อต้องดูอะไรบ้าง เอาแบบไหนดี ? ... สนุกมากครับ เต้ย ตั้ม ปิติ และผม Shopping กันกระจายมาก หยิบตัวนั้น จับตัวนี้ จดเลข เอายกชุด จัดไอ้นู้ ไอ้นี้ ... เพลินสุดๆอ่ะครับ


ตัวอย่างของน่ารักๆ เล้กๆน้อยๆ ... ที่แบบว่า แทบจะห้ามใจไม่ได้
หยิบกระดาษามาจดเลข

อยากบอกว่าตั้งแต่ บ่ายโมงจนเกือบ หกโมงเย็น พวกเรา แทบไม่เห็น แสงตะวันเลย (นอกจากจะบอกว่าอยู่แต่ในตึกแล้ว พายุหิมะในโตเกียวนี่อย่างแรง) ผมโชคดีมากที่มีร่มมา เลย ได้ทั้งกันลมกันหิมะ ... ถึงจะลำบากต้องถือไป กางไป หุบไป แต่ก็ ถ้าว่า ช่วยกันหนาว กันเปียกได้เยอะ ...

ระหว่างการ Shopping ก็มีหลายๆ ทีที่ผมยุ เต้ยให้ซื้อนู้นนี่นั้น เจอได้นั้นดีก็บอกเพื่อนๆ แล้วก็พูดกรอกหูว่า ... "ห่า มึงไม่เอา กูเอานะ" ... เต้ย ตั้มก็ค่อยๆ เก็บนี่นั้นนู้นไปเรื่อย ... ทั้ง Miku ทั้ง One Piece อิอิอิ ส่วนปิติ ไม่ต้องกรอก ขานั้นหยิบเองเลย แค่ช่วยหา ตัวที่ ปิตาซัง อยากได้ ก็พอ ... ((ปิติกำลังตามหา S.A.S. JoJo ตัว โจสุเกะ))


ตกมาอย่างแรง จนนึกว่า อยู่ Sapporo เลยทีเดียว มาทราบทีหลังว่า
หิมะในโตเกียวครั้งนี้ แรงสุดในรอบ 20 ปี
สำหรับผม Model ผมตั้งใจมา ถอยจริงๆ ก็คือ Chopper แต่พอมาถึง มันกลับไม่ค่อยอยากได้ ไม่รู้ทำไม ... จนในที่สุด ปิติก็มาเบิกเนตรให้ผม ... ตอนที่เจอ Snow Miku
ผม : ทำไมมึงซื้อ Snow Miku 2014 ว่ะ มึงชอบเหรอว่ะ???
ปิตาซัง : ป่าว กูเฉยๆ แต่กูอยากได้เป็น ที่ระลึกว่า มา Snow Festival 2014
ผม : เออ จริง ... งั้นกูเอาด้วย  จัดมาให้กู ตัวนึง

มันน่ารักใช่ไหม Snow Miku 2014 (Magical) ยอมรับเลยว่า ตัวนี้ซื้อมาได้เจ็บจริงๆ
ในใจตอนนั้นคือ คิดว่า เออ จริง ครั้งนี้มากับเพื่อนก็น่าจะมีอะไรเป็นที่ระลึกหน่อยว่าได้มาเที่ยวด้วยกัน ซึ่ง Snow Miku 2014 มันก็ตอบโจทย์ข้อนั้นได้

หลังจาก Shop กันเพลินแล้ว ((ตามภาษาผู้ชาย ... )) ก็ ถึงเวลาหาอะไรกินแล้ว วันนี้พวกเรา มาตกลงกันว่าจะกิน อะไร ง่ายๆหน่อย ไหนๆก็กลับมาที่ห้างเดิม Yodobashi-Akiba  (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ก็เลย เดินๆ แล้วก็จัดร้าน สปาเก็ตตี้ไปหนึ่งดอก อิ่มเลย 




หลังจากอิ่มแล้ว พวกเราว่าจะลุยเดิน อากิฯ กันต่อ แต่พอออกมาจากห้างก็ พบว่า หิมะยังตกไม่เลิก ปิติเลย บะบาย อากิ ด้วยความเศร้า ตกลงใจกลับไปที่ NUI ก็ได้ แบบเหงาๆ ((จริงๆ ของก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่นะ)) ~ ระหว่างนั้น ลืมบอกไป ก่อนจะมากินสปาเก็ตตี้ พวกเรามีเอาของไป ฝากตู้ Locker กันก่อนด้วยนะครับ เพราะอะไรอ่ะเหรอ เดาเองนะครับ

ที่สุดแล้ว ... เราก็แพ้ธรรมชาติ หิมะทำเราต้องกลับบ้านแบบไม่เต็มใจ ... กลับไป NUI ก็ได้ว่ะ


หิมะ ที่หนักที่สุดในโตเกียว ... พระเจ้า ...
หลังจากกลับมาแล้ว เราก็ ตั้งใจลงมา ดื่มเบียร์นั่งคุยกันเพลินๆ บรรยากาศที่ NUI นั้น แบบว่า มีแต่ฝรั่ง คนต่างชาติเกือบทั้งนั้น ((จริงๆ คนไทยอย่างเราๆก็ถือว่าเป็นต่างชาติใช่ไหม?)) ... เรานั่งดื่มไป คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กันไป ... เวลาผ่านไปไวจริงๆ ... เบียร์หมดไป หลายแก้ว ผมมึน เต้ยเหงา ตั้มชิวล์ ปิติร่าเริง ...




ปล่อยไปตามหัวใจ ... ความรักไม่ต้องเข้าใจ แค่ รู้สึกก็พอ
จริงไหม? ... จริงหรือป่าว?
สุดท้าย พอได้เวลานอน ก็กลับมาอาบน้ำ เริ่มขยับขยายกระเป๋า จับเสื้อผ้าออกมาค่อยๆ เก็บ Figure ตัวเล้กๆ เข้าไปในกระเป๋า ... จริงๆมันก็ไม่ได้ เยอะเท่าไหร่นะครับ ไม่เยอะเจร๊งเจง ..
ดูรูปสิ ... ไม่เยอะหรอก จริงป่าว?

ไม่เยอะ ไม่เยอะ ... เบาๆ ... ~ (นี่ถ่ายไม่หมดเลยนะ)



Monday, May 13, 2013

Tokyo, Japan trip, DAY 3 : Tsukiji Hongan-ji, Meiji Shrine รักนะ Harajuku, Shibuya และราเมนสุดยอด


DAY3 Tokyo Japan 

Tokyo, Japan trip, DAY 3 :  Tsukiji Hongan-ji, Meiji Shrine รักนะ Harajuku, Shibuya และราเมนสุดยอด

หลังจากที่ตะลุย โตเกียวมาจะครึ่งนึงแล้ว ส่วนมากเป็น Landmark ที่เราต้องไปเกือบทั้งหมด วันนี้เรามาตะลุยส่วนที่เหลือกันดีกว่า ... วันนี้เราตื่นเช้ากว่าทุกวัน อากาศก็หนาวกว่า 2 วันที่ผ่านมาด้วย ... ที่แรกของวันนี้ที่เราจะไปคือ "ตลาดปลา" เย้ เย้ จะได้ กินซูชิแล้วหล่ะวันนี้ 

สถานีที่เราต้องไปลงกันวันนี้คือ Tsukiji Station ครับ เราออกมาแล้วก็มุ่งหน้าไปตลาดปลาเลย ...






พอมาถึงตลาดปลา Tkukiji แล้ว เราก็เดินดูตลาดปลาด้านนอกก่อน เราพบกันพวกอาหารแห้ง อุปกรณ์ทำครัวทุกอย่างเลย แต่ที่ผมประทับใจมากสุดคงเป็นร้านมีดอ่ะครับ เหมือนที่เคยอ่านการ์ตูนเรื่อง Toriko เลย ที่มีร้านมีดสำหรับแล่ปลาหลายๆชนิดมากมาย หลังจากที่เดินในตลาดที่เป็นส่วนด้านนอกแล้ว ผมก็เดินไปหา Information เพื่อไปหาร้านในตำนาน Sushi Dai มาถึงที่ร้าน คนแน่นมาก ๆ ... เลยอ่ะครับ 


ต้นวาซาบิ น้องพลอยไม่เคยเห็น ผมเลยชี้ให้น้องพลอยดู ...
ผมคิดในหัวอยู่ว่า ถ้ากัดแล้วเคี้ยวกรุ๊บๆจะเป็นไง ?

คิวหน้าร้านแน่นมาก ๆ ... Sushi Dai ที่ขึ้นชื่อ ฮ่า ๆๆ ครั้งหน้าจะกลับมาใหม่

หลังจาก Sushi Dai พวกเราก็เดินหน้าไปที่ ตลาดปลา Tsukiji เลยอ่ะครับ ระหว่างที่เราเดินในตลาดปลา ก็พบกับปลาแปลกๆเยอะแยะไปหมดเลย สภาพตลาดก็ไม่สกปรกเลยนะครับ ทุกๆร้านทำความสะอาดร้านตัวเองตลอดเวลาเลย วิธีการแล่ปลาแต่ละชนิดก็แปลกตามากๆเลยอ่ะครับ เห็นแล้วผมก็อยากกินมันทุกตัวเลย ... ดูภาพที่เก็บมาอวดกันเองแล้วกันนะครับ ฮ่า ๆๆๆ ...

ในที่สุดก็มาถึงทางเข้าตลาดปลาแล้ว วันนี้จะได้เจอปลาอะไรบ้างนะ?






ตัวอะไรไม่รู้ แต่ท่าทางน่าอร่อยอ่ะ แหะ ๆๆๆ ... อยากกินมาก ๆๆๆๆๆ ....


King Crab ค่อยก่อนนะ จะไปกินให้ได้ ปล. เล็งๆว่าจะไปกินที่แถวๆเมืองไทยอยู่






หลังจากที่อิ่มเอมกับ ตลาดปลา Tsukiji แล้ว พวกเราเองก็เริ่มหิวอีกแล้วอ่ะ ปลาดิบ ซูชิ ปลาดิบ ซูชิ พวกเราก็เดินมาที่ ศาลเจ้าแถวๆนั้นแป๊ปนึงเพื่อไหว้พระ ถ่ายภาพด้วย หลังจากนั้นก็เดินไปหลังตลาดเรื่อยๆ แล้วก็ ปิ๊งกับร้านๆ นึงที่อยากเข้าไปกิน ปลาดิบซะหน่อย






ผมเองก้็ำไม่ได้ว่า ร้านนี้ชื่อร้านอะไรนะครับ รู้สึกเหมือนว่าหลงเข้ามาด้วยแหละ แต่มื้อนี้ อาช้างจะเป็นคนเลี้ยงแหละ พวกเราเลยสั่งกันกระจุยมากๆ (ตอนแรกสั่งมานิดหน่อย เพราะคิดว่ามันน่าจะเยอะ) แต่ที่ไหนได้ ... ฮ่า ๆๆ น้อยกว่าที่คิดเยอะเลย ...
ก็เลยสั่งมาอีก สั่งมาเรื่อยๆ ... จนในที่สุดก็เต็มโต๊ะไปหมดเลยอ่ะครับ ... ของที่สั่งก็ จิ้มๆเอา ใจจริงผมอยากนั่งที่หน้า เคาเตอร์เลยนะครับ แต่ ด้วยความที่ว่าเรามากันเยอะไปหน่อย เลยนั่งไม่ได้ ก็เลยต้องเดินมาที่ชั้นสองแทน พวกเราลองทุกอย่างที่ลองได้ ทั้ง ปลาดิบ ไข่เม่น ทูน่า

อร่อยมากเลยอ่ะครับ (แต่ผมว่า ร้านญี่ปุ่นบ้างร้านในไทย อร่อยกว่าอีกนะครับ) ไว้พาพ่อแม่ไปกินดีก่า ...








ขากลับ ก่อนที่จะไป Landmark ถัดไป พวกเราแวะที่ Tsukiji Hongan-ji เป็นวัดที่ใหญ่ๆมาก เมื่อพวกเราเข้าไป ก็พบชาวฐี่ปุ่นกลุ่มนึงกำลังสวดมนต์กันอยู่ ทุกอย่างภายในสงบมากเลย ผมชอบนะ ผมอยู่ภายในได้สักพัก แม่กับกรรณ ยังเดินเล่นอยู่ ผมก็เดินออกรอด้านนอกระหว่างรอ ผมเจอร้านกาแฟ น่ารักๆอยู่ร้านนึงอยู่ฝั่งตรงกันข้าม ... อากาศวันนี้มันทำให้ผมรู้สึกว่าอยากจะเดินเข้าไปนั่ง จิบกาแฟที่ร้านนี้มากๆเลย

ร้านน่ารัก มี สองชั้น มองเห็นผู้คนเดินไปเดินมาตามทางเท้า ... ผมหลงรักร้านกาแฟแบบนี้จริงๆ




นี่แหละครับ ร้านที่ว่า ... ใครมีโอกาสช่วยไปนั่งจิบกาแฟแทนผมทีนะครับ

หลังจากที่ทุกคนพร้อมแล้ว พวกเรามุ่งหน้าไปที่ถัดไป นั้นคือ Meiji Shrine ครับ พวกเรามาถึงที่ Meiji Shrine สายๆ ครับ ผมตกลงจะแยกกันเดินกับอาครับ ผมมากับแม่และน้องกรรณ ... ระวังทางที่ต้องเดินเข้าไปในวัดนั้น เงียบมาก ก ก ก ก ... ผิดกับด้านนอก ต้นไม้ใหญ่ๆ เต็มไปหมด จนทำให้ผมลืมความวุ่นวายด้านนอก ที่เป็น โตเกียวไปเลย

ผมเดินไปเรื่อยๆ จนถึงตัววัดด้านใน ... ตอนที่จะเดินเข้าประตูไปนั้นผมก็พบกับที่ขายของที่ระลึกเป็น พวกเครื่องลาง ผมสนใจมากๆ เลย แต่ยั่งใจไว้ก่อน ค่อยมาดูอีกทีก็ได้





ถ่ายรูปหน้าวัดกับแม่ก่อน ... ฮ่า ๆๆ วันนี้อากาศหนาวๆ แต่ก็ต้องถ่ายภาพเก็บไว้หน่อย


แม่ยิ้มหลั๊นล๊ามากมาย ฮ่า ๆๆๆ 




หลังจากผ่านประตูวัดเข้ามา ผมก็ต้องตื่นเต้นกับภาพตรงหน้า "พีธีแต่งงานแบบญี่ปุ่น" อ่ะ ชอบอ่ะครับ ... รักเลย เวลาที่เห็นแล้ว มันทำให้ผมรู้สึกว่าอยากแต่งงานแบบนี้จริงๆ ... ผมเองก็ไม่ค่อยรู้หรอกนะครับ ว่าทำไม แต่รู้สึกได้ว่า ทุกคนตั้งใจทำให้พีธีการนี้ผ่านไปได้อย่างสมบูรณ์แบบ ...

พีธีการเริ่มจากการเดินเป็นแถว (เข้าใจว่าแบบเป็นฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว) ... แล้วก็มี การพูดอะไรกันด้วยอ่ะ ... สุดท้ายก็ไปจบที่การถ่ายรูปหมู่ ปิ๊งอ่ะ ชอบมาก ก ก ก ...






หลังจากที่อิ่มเอมกับทุกๆอย่างแล้ว ทั้งบรรยากาศ ทั้ง ... ของที่ระลึก (เครื่องลาง) ผมก็ออกมาเจออาๆ และพร้อมกับการตะลุย Harjuku เย้ ... แหล่งช้อปปิ้งวัยรุ่น โย่ ผมบอกครอบครัวว่า เราแยกกันเดิน แล้ว อีกประมาณ 2 ชม. มาเจอกันที่หน้า สถานีรถไฟนะครับ ...

ผมไปเดินกับแม่และกรรณ ... ร้านแรกที่ผมเข้าไป คือ Moji ที่น้องกรรณบอกว่ามันถูกกว่าที่เมืองไทย ผมได้ ที่หนีบปากาก ได้ คัตเตอร์ กับของจุ๊กๆจิ๊กๆอีกนิดหน่อย ... แล้วพวกเราก็เดินดูร้านค้า เสื้อผ้าวัยรุ่นกัน ... ดูงาน Art เพราะว่ามีร้านมาแสดงโชว์เยอะแยะเลย

เงาะเฟี้ยวมาก ๆ ... ฮ่า ๆๆ #GAP




และสุดท้ายผมก็ได้กลับมาที่บ้านเกิด Rilakkuma Shop ฮ่า ๆๆ ... รักจริงๆ ได้หมีขี้เกียจเนี๊ยะ ร้านนี้เป็นร้านที่ 3 แล้วที่ผมได้มีโอกาสแวะมาดูของ แต่ผมก็ยังซื้อไม่ลงอยู่ดีนะ เพราะว่ารู้สึกว่าราคามันแพง พอได้เวลานัดผมก็เดินกลับไปเจอคุณอาที่สถานีรถไฟ ... 


จุดหมายที่เราจะไปถัดไป คือ Shibuya ครับ ตอนที่เดินไปที่ สถานีรถไฟ พวกเราเจอ ฝรั่ง 2 คน กำลังหลงทางด้วย น้องกรรณ ก็เลยทำหน้าที่เข้าไปช่วยนำทาง บอกว่าต้องไปทางไหนยังไง ... อิอิ ... (น่ารักด้วย) เอาหล่ะ พวกเราต้องมุ่งหน้าไปที่ ชิบุยะแล้วหล่ะครับ ...

เมื่อมาถึง ชิบุยะ สิ่งแรกที่ผมเจอ คือ คน คน และ คน ... คนเยอะมาก ผมก้ไม่ค่อยเข้าใจนะครับว่าทำไม คนถึงได้เยอะแยะมากมายขนาดนี้ ฮ่า ๆ ... แต่มันก็ต้องมาจริงไหม?






สิ่งที่ผมคิดไว้ว่าต้องทำเมื่อมาถึง ชิบุยะ ... มีสองอย่างที่ผมคิดไว้
1. ถ่ายรูปกับ ฮะจิ
2. เดินข้ามถนนไปไปมามา ฮ่าๆๆ

แม่ค่อยคิดเหมือนผม ชิงตัดหน้าถ่ายรูปไปก่อน สำหรับ ฮะจิ ผมผิดหวังนิดหน่อย เพราะมันกลายเป็น ที่สูบบุหรี่ไปแล้ว (ตามคำบอกเล่า ก่อนที่ผมจะไป ญี่ปุ่น) แต่ผมก็พยายามหามุมและเวลาที่ไม่มีคนอยู่นะ ฮ่า ๆๆๆ



พวกเราตกลงแยกกันเดินเช่นเดิมครับ ... ผมมากับแม่ เรามุ่งหน้าข้ามถนนกันก่อน เลย (ดีใจมาก) ข้ามไปข้ามมา ส่วนกรรณ มุ่งหน้าไปจุดชมวิว (Starbucks) ผมเดินเล่นกับแม่ไปยังร้านค้าต่างๆ ... ถ่ายรูป กิน Mc' ด้วยนะ ฮ่า ๆๆๆ พอเดินจนไม่ไหวแล้ว เราก็ไปหาน้องกรรณที่ Starbucks เพราะว่า อากาศเริ่มหนาวมากๆ แล้ว ... ที่ Starbucks คนแน่นมากครับ ...

โชคดีที่กรรณได้ที่นั่งริมหน้าต่าง ทำให้ผมเห็นคนเดินไปเดินมาก เต็มถนนเลย 
ชอบวิวแบบนี้จริงๆเลยอ่ะ (เสียดายคนเยอะไปมากๆ)

หล่อเน่อะ อิอิ



แม่ยังไหวอยู่ ... แม่บอก (แต่ผมว่า ขาแข้งคงปวดกระจุยแล้วหล่ะ)

พอได้เวลานัด น้องพลอยกับ อาช้างก็มารอแล้ว น้องพลอยเอารองเท้าใหม่มาอวดก่อนเลย ฮ่า ๆๆ ... แล้วก็เป็น Convert ที่เก๋มากๆ มีเส้นผูกสองสีด้วย เท่ห์ไม่หยอกเลย

เมื่อขึ้น Metro มาถึงที่ Shinjuku แล้ว พวกผมกรรณ ออกไปถามเรื่องตั๋วรถไฟไป Kamakura แต่เหมือนวันนี้โชคไม่เข้าข้าง เหมือนพวกเราจะหา Information ไม่ได้เลย แถวเรื่อง NEX เราก็ยังไม่รู้ด้วยว่าจะเอายังไงกับมัน มีรถไฟเที่ยวไหน ถึงจะไปที่สนามบินได้ ??? ... แต่ไม่เป็นไร ยังพอมีเวลาอีกวันเน่อะ ...

เหนื่อย ....

เหนื่อยกันแล้วใช่ไหม? หิวกันแล้วสินะ อืม วันนี้กลับไปทานราเมนแถวๆ โรงแรมแล้วกันเน่อะ เพราะผมรู้ว่าวันนี้ทุกคนเหนื่อยกันมากแล้ว และอากาศก็หนาวมากด้วย สุดท้ายเราก็กลับไปที่ ชินจุกุแล้วก็เดินหาร้านอาหารเพื่อให้กินกัน ... และแล้วผมก็เจอร้านที่มีไฟแว้ปๆ ... เข้าตา (มันคือร้านใน google map) 




ทุกคนหิวกันมาก จึงรีบสั่งแล้วก็เข้าร้านไปนั่งกินกัน ... อยากบอกว่าระหว่างกินไป น้ำตาแทบไหล อร่อยมาก ก ก ก ก ก... คงบวกกับอากาศที่หนาวเย็นด้วยมั๊ง มันเลยทำให้ ราเมนชามนี้อร่อยกว่า ปกติ ... ผมคิดกับตัวเองเลยอ่ะว่า ... "สักวันต้องกลับไปโดนร้านนี้อีกให้ได้) ....


หลังจากที่ ทุกคนเข้า โรงแรมไปแล้ว กรรณ กับผมออกจากโรงแรม เพื่อไปตามหา ซื้อ ตุ๊กตาให้เพื่อนน้องกรรณ จึงตัดสินใจไปที่ Tokyo Station ซึ่งมีคนบอกผมว่ามีของขายเยอะแยะเลย ... เมื่อไปถึงผมก็ถึงกับงงเลย ข้างบนสถานีไม่มีอะไรเลยอ่ะ ??? ...

กรรณกับผมจึงตัดสินใจ มุดลงไปใต้ดิน เผื่อวานจะมีร้านค้า และแล้วมันก็มีจริงๆด้วย มีตุ๊กตา มีขนม มีอะไรเยอะแยะไปหมดเลย ... แต่พวกเราก็ต้องเร่งๆเดิน เพราะว่า ร้านค้ามันจะปิดตอน 21:00 ผมกับกรรณ จึงคุยกันว่า ไว้เรามาใหม่ พรุ่งนี้ พา แก๊งค์มาด้วย จะได้ซื้อของฝาก ...

พวกเรากลับโรงแรมด้วยความเหนื่อยมาก ๆ
คืนนี้ผมอาบน้ำอุ่น ขาแข้งจะได้มีแรงสำหรับพรุ่งนี้ ... Good Night นะ โตเกียว