Showing posts with label NUI Hostel. Show all posts
Showing posts with label NUI Hostel. Show all posts

Saturday, May 17, 2014

Day 09 : Tokyo, Hokkaido Trip ~ โตเกียว อะกิฮาบาระ, พายุหิมะถล่ม ... กลับมาพักหัวใจเหงาๆ NUI*

DAY 9 : โตเกียว อะกิฮาบาระ, พายุหิมะถล่ม ... กลับมาพักหัวใจเหงาๆ NUI*

วันนี้ผมตั้งใจตื่นเช้าหน่อย อาบน้ำ แปรงฟันล้างหน้าเรียบร้อย แต่งตัวแล้วรีบขึ้นไปที่ชั้นบนสุดของ NUI* เพื่อจะหม่ำๆ นมที่ซื้อมาเมื่อวาน เป็นนมรสบลูเบอร์รี่ (เชียวนะ) ชั้นบนสุดของ NUI ดีมาก เป็น zone ที่เป็นห้องครัว + ห้องนั่งเล่น Internet มีปลั๊กมากมาย มีเครื่อง Notebook วางไว้ให้ใช้งานด้วย 1 เครื่อง(ซึ่งมี keyboard Thai ด้วย แปลว่าคนไทยมาเยอะอยู่นะเนีียะ) + มีที่อ่านหนังสือ และ ที่สำคัญเห็นวิวแม่น้ำด้วย ((ถึงจะไม่เยอะก็เถอะ))

มาต่อ เรื่องนมดีกว่า นมบลูเบอร์รี่ก็อร่อยดีครับ ไม่หวานมาก ออกหวานๆเปรี้ยวๆ รสชาติผมว่าดี ... ชอบเลย ให้ดื่มอีกก็เอานะครับ หลังจากที่ นั่งดูนม เอ้ย ดูดนมแล้ว ก็ Check อากาศ พบว่า วันนี้ "หิมะมาเต็ม" เลยคิดว่าจะเอาร่มที่ NUI ออกไปสักคันนึงกันหิมะซะหน่อย ...

พกหมีมาดื่ม/ดูด นมบลูเบอร์รี่ด้วยกันแหละ อร่อยเลย



มุมไว้อ่านหนังสือ นั่งเล่น Internet สบายเลย

หลังจาก อิ่มนมแล้ว ดูวิวชิวล์แล้ว ... ผมก็ลงมาชิวต่อด้วยกาแฟต่อข้างล่าง ข้างล่างของ NUI นั้นเป็นร้าน Cafe มี กาแฟ มี เบียร์ มีเหล้า ในตอนกลางคืน ... ตอนนี้เเช้าอยู่ผมก็เลย จัดกาแฟมาแก้วนึง ((ถ้าจำไม่ผิด แขกที่พักที่ NUI จะได้รับส่วนลดค่ากาแฟด้วยนะครับ)) ระหว่างนั่งรอเพื่อนๆ ... ก็จิบกาแฟไป รอเพื่อนๆไป สักพักพวกปิติ เต้ย ตั้ม ก็ลงมา ...




วันนี้พวกเราตัดสินใจจะไป อากิฮาบาระกันครับ ว่าจะให้วันนี้ทั้งวัน เดินดู Model อย่างเดียวให้อิ่มเลย ... เช้านี้ผมก็เลยนัด น้องออม น้องสาวลูกพี่ลูกน้องมาเจอด้วย ระหว่างที่เราไปที่ อากิฯ หิมะก็ค่อยๆ ตกมาตามคาด ... พวกเราก็วิ่งไป ตึกนั้น ตึกนี้ จนมาตายที่ตึก Yodobashi-Akiba

เส้นทางจาก NUI ไปขึ้นรถไฟใต้ดินผ่านแม่น้ำสบายเลย


เครื่อง Print 3D อยากได้มาก แต่ไม่รู้จะแบกกลับมายังไง ?



ที่ตึก Yodobashi-Akiba พวกเราเดินดูของใช้ไปเรื่อยๆ หนึ่งก็กะว่าจะรอให้หิมะเบาลงหน่อย และก็รอน้องออมด้วย ... ถ้าจำไม่ผิด ผมรอน้องออมอยู่จนประมาณ เกือบๆเที่ยงได้ น้องออมก็มาแล้ว ปิติก็พาพวกเราตะลุยฝ่าหิมะไป อากิฯ *จริงๆ ...

ตอนที่ไป อากิฯ พวกเราก็หิวอยู่ปิติก็เลย เสนอว่า แวะไปกิน ข้าวแกงกระหรี่คิงคองกันเถอะ ซึ่งก็โอเคกันทุกคนเลย แกงกระหรี่ร้านนี้ขอบอกว่าให้เยอะมาก .... แถมแกงยังเป็นสีเข้มออกเกือบดำด้วย (ตอนแรกคิดว่าเอาหมึกปลาหมึกมาผสม) ... รสชาติเข้มข้นมาก ขอบอกว่า อร่อยดีมากๆเลยอ่ะครับ ...






หลังกินเสร็จ แยกย้ายกับน้องออมแล้ว พวกเรา ปิติ เต้ย ตั้ม ก็ตะลุย อากิบะฯ ต่อเลย ... ที่นี้ ปิติบอกว่า เป็นเหมือนบ้านหลังที่สองก็ว่าได้ ปิติ เดินเข้าตึกนั้น ทะลุตึกนี้ สอนพวกเราว่าต้องดู โมเดลยังไง จดเลขไหน จะซื้อต้องดูอะไรบ้าง เอาแบบไหนดี ? ... สนุกมากครับ เต้ย ตั้ม ปิติ และผม Shopping กันกระจายมาก หยิบตัวนั้น จับตัวนี้ จดเลข เอายกชุด จัดไอ้นู้ ไอ้นี้ ... เพลินสุดๆอ่ะครับ


ตัวอย่างของน่ารักๆ เล้กๆน้อยๆ ... ที่แบบว่า แทบจะห้ามใจไม่ได้
หยิบกระดาษามาจดเลข

อยากบอกว่าตั้งแต่ บ่ายโมงจนเกือบ หกโมงเย็น พวกเรา แทบไม่เห็น แสงตะวันเลย (นอกจากจะบอกว่าอยู่แต่ในตึกแล้ว พายุหิมะในโตเกียวนี่อย่างแรง) ผมโชคดีมากที่มีร่มมา เลย ได้ทั้งกันลมกันหิมะ ... ถึงจะลำบากต้องถือไป กางไป หุบไป แต่ก็ ถ้าว่า ช่วยกันหนาว กันเปียกได้เยอะ ...

ระหว่างการ Shopping ก็มีหลายๆ ทีที่ผมยุ เต้ยให้ซื้อนู้นนี่นั้น เจอได้นั้นดีก็บอกเพื่อนๆ แล้วก็พูดกรอกหูว่า ... "ห่า มึงไม่เอา กูเอานะ" ... เต้ย ตั้มก็ค่อยๆ เก็บนี่นั้นนู้นไปเรื่อย ... ทั้ง Miku ทั้ง One Piece อิอิอิ ส่วนปิติ ไม่ต้องกรอก ขานั้นหยิบเองเลย แค่ช่วยหา ตัวที่ ปิตาซัง อยากได้ ก็พอ ... ((ปิติกำลังตามหา S.A.S. JoJo ตัว โจสุเกะ))


ตกมาอย่างแรง จนนึกว่า อยู่ Sapporo เลยทีเดียว มาทราบทีหลังว่า
หิมะในโตเกียวครั้งนี้ แรงสุดในรอบ 20 ปี
สำหรับผม Model ผมตั้งใจมา ถอยจริงๆ ก็คือ Chopper แต่พอมาถึง มันกลับไม่ค่อยอยากได้ ไม่รู้ทำไม ... จนในที่สุด ปิติก็มาเบิกเนตรให้ผม ... ตอนที่เจอ Snow Miku
ผม : ทำไมมึงซื้อ Snow Miku 2014 ว่ะ มึงชอบเหรอว่ะ???
ปิตาซัง : ป่าว กูเฉยๆ แต่กูอยากได้เป็น ที่ระลึกว่า มา Snow Festival 2014
ผม : เออ จริง ... งั้นกูเอาด้วย  จัดมาให้กู ตัวนึง

มันน่ารักใช่ไหม Snow Miku 2014 (Magical) ยอมรับเลยว่า ตัวนี้ซื้อมาได้เจ็บจริงๆ
ในใจตอนนั้นคือ คิดว่า เออ จริง ครั้งนี้มากับเพื่อนก็น่าจะมีอะไรเป็นที่ระลึกหน่อยว่าได้มาเที่ยวด้วยกัน ซึ่ง Snow Miku 2014 มันก็ตอบโจทย์ข้อนั้นได้

หลังจาก Shop กันเพลินแล้ว ((ตามภาษาผู้ชาย ... )) ก็ ถึงเวลาหาอะไรกินแล้ว วันนี้พวกเรา มาตกลงกันว่าจะกิน อะไร ง่ายๆหน่อย ไหนๆก็กลับมาที่ห้างเดิม Yodobashi-Akiba  (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ก็เลย เดินๆ แล้วก็จัดร้าน สปาเก็ตตี้ไปหนึ่งดอก อิ่มเลย 




หลังจากอิ่มแล้ว พวกเราว่าจะลุยเดิน อากิฯ กันต่อ แต่พอออกมาจากห้างก็ พบว่า หิมะยังตกไม่เลิก ปิติเลย บะบาย อากิ ด้วยความเศร้า ตกลงใจกลับไปที่ NUI ก็ได้ แบบเหงาๆ ((จริงๆ ของก็ยังไม่เยอะเท่าไหร่นะ)) ~ ระหว่างนั้น ลืมบอกไป ก่อนจะมากินสปาเก็ตตี้ พวกเรามีเอาของไป ฝากตู้ Locker กันก่อนด้วยนะครับ เพราะอะไรอ่ะเหรอ เดาเองนะครับ

ที่สุดแล้ว ... เราก็แพ้ธรรมชาติ หิมะทำเราต้องกลับบ้านแบบไม่เต็มใจ ... กลับไป NUI ก็ได้ว่ะ


หิมะ ที่หนักที่สุดในโตเกียว ... พระเจ้า ...
หลังจากกลับมาแล้ว เราก็ ตั้งใจลงมา ดื่มเบียร์นั่งคุยกันเพลินๆ บรรยากาศที่ NUI นั้น แบบว่า มีแต่ฝรั่ง คนต่างชาติเกือบทั้งนั้น ((จริงๆ คนไทยอย่างเราๆก็ถือว่าเป็นต่างชาติใช่ไหม?)) ... เรานั่งดื่มไป คุยเรื่องนั้นเรื่องนี้กันไป ... เวลาผ่านไปไวจริงๆ ... เบียร์หมดไป หลายแก้ว ผมมึน เต้ยเหงา ตั้มชิวล์ ปิติร่าเริง ...




ปล่อยไปตามหัวใจ ... ความรักไม่ต้องเข้าใจ แค่ รู้สึกก็พอ
จริงไหม? ... จริงหรือป่าว?
สุดท้าย พอได้เวลานอน ก็กลับมาอาบน้ำ เริ่มขยับขยายกระเป๋า จับเสื้อผ้าออกมาค่อยๆ เก็บ Figure ตัวเล้กๆ เข้าไปในกระเป๋า ... จริงๆมันก็ไม่ได้ เยอะเท่าไหร่นะครับ ไม่เยอะเจร๊งเจง ..
ดูรูปสิ ... ไม่เยอะหรอก จริงป่าว?

ไม่เยอะ ไม่เยอะ ... เบาๆ ... ~ (นี่ถ่ายไม่หมดเลยนะ)



Friday, May 16, 2014

Day 08 : ป่ะ ไป ... Tokyo | ลาก่อน Hakodate ตะลุย Tokyo รักคนญี่ปุ่น เอโดะออนเซ็น ขอซ้ำนะครัซ

DAY 8 : ลาก่อน Hakodate ตะลุย Tokyo รักคนญี่ปุ่น เอโดะออนเซ็น ขอซ้ำนะครัซ

อึ และ Check Out เตรียมตัวให้พร้อมกับ รถไฟชินคันเชน

(ทริปนี้ผม เต้ย ขอปิติอยากนังรถไฟชินคังเชน) เราลากกระเป๋าออกจากโรงแรมสายๆ (บอกตรงๆ เมื่อคืนหลับไปตอนไหนก้ไม่รู้อ่ะครับ) เพื่อไปขึ้นรถไฟมุ่งหน้าลงใต้ไป โตเกียว ข้าวเช้าของพวกเราเป็น อาหารกล่องของสถานีรถไฟราคา 500-800¥  มาถึงสถานี ผมซื้อข้าวกล่องมาหม่ำก่อน เพราะวันนี้ทั้งวันเราต้องอยู่บนรถไฟ


ชอบรถไฟขบวนนี้จังเลย แบบว่า สีเขียวแถมเท่ห์มากๆ ... ดูหุ่นยนต์ดี


มีคนแอบถ่ายเราเล่นหมี ....


น่ากินป่ะหล่ะ ? ... อร่อยมาก ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ อีกแล้ว


บนรถไฟจริงๆผมก็ไม่ได้ทำอะไรมานอกจากกินแล้วก็นอน แล้วก็เล่นเกมส์ อ่านการตูน ดูปิติเล่นเกมส์ ... นั่งรอเมื่อไหร่ รถไฟแม่งจะรอดทะเล (สุดท้ายเห็นอะไรดำๆ ผ่านหน้าต่าง อารมณ์รถไฟใต้ดิน ก็ ... นอนต่อดีกว่า) จาก Hakodate มาถึง Aomori ระหว่างนั่งรถไฟ ปิติก็ต้องเตรียมตัวเผชิญเรื่องตื่นเต้น เพราะระหว่างที่เราต้องต่อสถานี Aomori เพื่อไป Tokyo ปิตาซังมีเวลาเพียง 10 นาที เพื่อจะซื้อ ข้าวกล่องให้พวกผม ปิติบอกโรงแรมให้ผม และพูดว่า "ถ้ากูตกรถ ไปเจอกันที่โตเกียวเลยไปนะ"

ก่อนถึง Aomori ปิติเตรียมทุกอย่างไว้พร้อมออก Start ทั้งเงินที่เตรียมไปซื้อข้าวกล่อง ... ฝากเต้ย ตั้มลากกระเป๋าทำน้ำหนักตัวให้เบาที่สุดเท่าที่จะทำได้ บทเรียนภาษาญี่ปุ่นที่เรียนมาแล้ว 12 บท (ใช่ไหมว่ะ) บอกจุด Lat Long โรงแรมที่โตเกียวให้ผมเอาไว้ (เผื่อว่าตกรถจะได้ไปเจอที่โรงแรมเลย) ... บอกชานชลารถไฟที่พวกเราต้องขึ้น ... ตั๋ว ... ทุกอย่างพร้อม

เอาล่ะ 10 ... 9 ... 8 ... GO
ปิติวิ่งออกตัวล้อฟรี ผมเต้ย ตั้มออกตัวตาม พวกผมใช้เวลาไม่นานก็ถึงรถไฟ (แต่สถานีที่ปิติบอกมา มันไม่ถูก เอาน่าผมเชื่อว่าผมมาถูก และปิติก็จะตามมาถูก) พอมาถึงรถไฟ ผมก็ออกไปกดน้ำก่อน แล้วก็กลับขึ้นมาใหม่ พบว่า ที่นั่งของพวกเรามีคนญี่ปุ่นมานั่ง แต่ผมจึงเข้าไปถามว่า "คุณนั่งตรงนี้หรือป่าวครับ" คุยไปคุยมาพบว่า คนญี่ปุ่นคนนั้น นั่งถูกทีนะ แต่ผิดตู้ เค้าก็ขอโทษแล้วก็เดินไปนั่งตู้ที่ถูก
ระหว่างคุยกับเต้ย ตั้ม ... วิวที่หน้าต่างก็ขยับ ผมพูดกับเต้ยว่า

"เต้ย รถเราขยับ หรือว่ารถข้างนอกขยับว่ะ"
เต้ยตอบ "รถเราขยับว่ะ"

ความคิดแรก ว้าปเข้าหัว ... ชิปหาย ปิติยังไม่มา แม่งตกรถ ... 
จังหวะนั้น ผมบอกตอบเต้ยออกไปสั่นๆ ด้วยนำเสียงนิ่งที่สุดเท่าที่จะนิ่งได้ เพื่อซ่อนความกังวล "เห้ย ไม่ต้องห่วง กูนัดจุดนัดพบแล้ว อีกอย่างแม่งมีข้าวกินตั้ง 4 กล่อง ไม่อดตายชัวร์
... สักพักมีมือมาแตะที่ไหล่ผมเบาๆ ... ผมหันคอไปช้าๆ ภาพที่เห็นคือ ปิตาซังที่ ดูหมดแรง หอบแฮก อ้าวเหัยปิติ "ห่า มึงไปซ่อนตัวมาใช่ไหม? พอรถไฟออก มึงก็เดินออกมาให้พวกกูตกใจใช่ไหม?"







ปิติยกมือขึ้น ช้าๆ ... "เดี๋ยวคุยกัน"
คุยกับปิติ ถึงรู้ว่า หลังจาก Start ไอ้เอ๊กซ์วิ่งไปเข้าห้องน้ำก่อน แล้วก็แวะซื้อข้าวกล่อง 2 ร้านเพราะกลัวซ้ำกัน ป้าคนขายก็ นับเหรียญเงินทอนให้ช้า เอาให้ละเอียดทุกเยน สุดท้ายก็วิ่งๆ ๆ ๆ มาถึงชานชาลา 11-12 ปิติจำได้ว่าชานชาลา 12 แต่รถไฟไม่อยู่แล้ว ชานชาลา 11 ก็ไปโตเกียว และกำลังจะออก (พนักงาน โบกธงแดง จังหวะสุดท้ายก่อนประตูรถไฟจะปิด)

จังหวะนั้นปิติคิดแค่ว่า ไปเว้ย อย่างน้อยคนละขบวนแต่ไปโตเกียวเหมือนกัน ไปเจอที่นั้นเลย ซึ่งวินาทีนั้น ปิติตัดสินใจดีมาก หลังจากก้าวข้าวประตูมา รถก็ออกตัวพอดี ปิติก็ค่อยๆเดินจากตู้ 10 กว่าๆมาตู้4 ตื่นเต้นชะมัด


ในที่สุด อีก 6 ชม.ได้มั๊งเราก็มาถึง โตเกียว 
เย้!!!
พอมาถึง พวกเราก็พบความวุ่นวายทันที่ พวกเรารีบย้ายตัวเองไปที่ โรงแรม NUI hostel ทันทีเลย ไปถึงโรงแรม โรงแรมดูดีกว่าที่คิดไว้เยอะมาก (สำหรับผม)  พอเก็บของเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็มุ่งหน้าไปที่สถานี Ueno เพื่อไปเปลี่ยนแว่นให้ Piti ก่อน ไปถึงเดินหาร้าน GINs พอเจอก็ขอเปลี่ยนเลนส์ แต่พบว่า ที่นี่ไม่มีเลนส์ PC แบบที่ปิติทำไป ทาง GINs เลยลดราคาให้ (เมืองไทยคงไม่มีอะไรแบบนี้ ชัวร์)  




เปลี่ยนเลนส์ แล้ว ปิติ ก็นำพวกเราไปกินราเมงข้อสอบ ราเมงข้อสอบเป็นราเมงที่ให้เราเลือกเส้น ความเหนี่ยว นำซุป ชาชู เลือกไปหมดเลย แล้วก็เข้าไปนั่งในคอกเหมือนทำข้อสอบเลย รสชาติราเมงโอเคเลยอ่ะ เร็วดัวย อร่อยอีก (พวกเต้ย ปิต มีขอเพิ่มเส้นด้วย โหดสัส) อิ่มแล้ว อร่อยแล้ว เรื่องเด็ดวันนี้คือ เราจะไปที่ เอโดะออนเซ็นที่เกาะ โอไดบะกัน





หน้าตาดี อร่อยดีใช่ได้เลย ...
เอโด๊ะออนเซ็น ปิติเล่าว่าสถานที่นี้เป็นที่เด็ดมากในการมา ชมหญิงและพักผ่อนดื่มเบียร์ ชิวล์ไปตามกลิ่นของน้ำหอม สบู่อ่อนๆ ข้างในก็สวยงาม อาบน้ำไม่ได้จำกัดจำนวนครั้งด้วย ... สุดแสนจะสบายเลยอ่ะ ...

พวกเราเลยรีบ MOVE จากในเมือง Tokyo รีบไปที่ Edo Onsen ทันทีเลย เอโดะออนเซ็นอยู่แถวๆ เกาะโอไดบะครับ พวกเรานั่งรถไฟไปกัน พอถึงสถานีที่เงียบมาก ((ด้านหน้า)) ปิติถึงกับแปลกใจเลยทีเดียวว่า ทำไมวันนี้เงียบจัง เข้ามาถึงข้างในจริงๆ พวกเราต้องทำอย่างแรกเลยคือถอดรองเท้าก่อน ...แล้วก็เดินไปที่ Counter เพื่อรับ Tag Bar-code มาใส่ข้อมือ Bar-code อันนี้ จะใช้สำหรับจ่ายเงินทุกสิ่งอย่างภายใน เอโดะ ออนเซ็นเลย ... ((คือเวลาต้องการซื้ออะไรก็ยื่น Bar-code ไปเค้าก็จะปี๊บ แล้วขาออกกลับบ้าน ค่อยมาจ่ายเงินทีเดียว)) ~ สะดวกดีนะ

วันนี้ทาง เอโดะแจ้งว่าเค้าจะให้บริการ ไม่ดึกจะมีการปิดก่อนคือปิดประมาณ 5ทุ่ม เราจะใช้บริการไหม???? ... ซึ่งเราก็ตอบว่าโอเคแหละมั๊ง (หารู้ไม่ว่า ....)





พอเราได้ Bar-code แล้ว สิ่งต่อไปก็คือเดินไปเลือก ยูกาตะครับ มีให้เลือกเยอะเลย มีขนาดด้วย ... ชอบ ชอบ หลังจากได้ยูกาตะแล้วพวกเราก็เข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วเปลี่ยนเป็น ยูกาตะครับ โดนมี ล๊อกเกอร์ให้เก็บเสื้อผ้าแล้วอุปกรณ์ต่างๆ ใน Zone นี้ ปิติแนะนำว่า ให้เอามือถือเข้าไปด้วยจะดี เพราะก่อนอาบน้ำจะมี ล๊อกเกอร์อีกชั้นนึง ((ตอนนั้นไม่รู้))




หลังจากเปลี่ยนเสื้อเป็น ยูกาตะแล้ว ...
Welcome สู่ โลกโบราณของ ญี่ปุ่น ... ไม่น่าเชื่อครับว่า ภายใน เอโดะออนเซ็นเค้าจะเนรมิต ร้านค้า บรรยากาศให้เป็น ยุคสมัยเอโดะที่มี งานวัดญี่ปุ่นเป็น Theme หลัก ทุกคนใส่ ยูกาตะสวยๆ หล่อๆ เท่ห์ๆ มี เกมส์ที่เหมือนอ่านในหนังสือ Manga เลย มีที่ช้อนลูกโป่ง ตกปลา มีเกมส์ มีอาหาร มีเบียร์ ... ว้าว ว ว ว ว มากๆ หลังจากเพลินตา เพลินใจแล้ว สายตาก็เหลือบมองไหนว่ะ สาวๆ ...

พบแล้วว่า วันนี้เนื่องจาก เอโดะปิดเร็วทำให้คนไม่เยอะ ... งานเข้า เศร้าเลย



ที่เอโดะนั้นมี หลายส่วนให้เพลิดเพลินด้วยนะครับ มีทั้งสวนหินให้เดินนวดเท้า มี สปา มีออนเซ็นให้อาบหลายความร้อน หลากบ่อ หลายแบบ ...
พวกเราได้แต่เดินๆ ชิวๆ แบบเหงาๆ ไม่มีสาวๆ ไม่มีหนุ่มๆพาแฟนมา ไม่มีอะไรเลย มีแต่ เด็ก พ่อแม่ วิ่ง ดุ๊กๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ... สิ่งที่ผมทำกันได้คือ ไปที่สวนบ้าง เข้าไปแก้ผ้า อาบน้ำ กินเบียร์ รอ เอโดะปิด ... แบบเหงาๆ เศร้าๆ น้ำตาคลอๆ ((ฮ่าๆ)) คราวหน้าๆ จะมาใหม่นะ เอโดะ

ได้เวลากลับแล้ว วันนี้เหนื่อยจะเดินทางพอควร พวกเรากลับ NUI Hostel แล้วก็หลับพักผ่อน พรุ่งนี้จะได้ ลุย Tokyo แบบเต็มที่แล้ว ((ซึ่งก็เคยมาลุยแล้วจึ๊กนึง))