Showing posts with label ฮอกไกโด. Show all posts
Showing posts with label ฮอกไกโด. Show all posts

Thursday, May 22, 2014

Day 12 : The last day in Tokyo บะบาย ล่ะนะ

DAY 12 : The Last Day in Tokyo บะบาย ไปหล่ะนะ พร้อมๆ ซูชิ

จุ๊ๆ ... อย่าเสียงดังนะ วันนี้ ผมต้องตื่นตั้งแต่ ตี 4 เพื่อจะออกเดินทางไปแดก ซูชิที่ ตลาดปลา ซึกิจิ พวกเราค่อยๆ ถยอยตื่นกันคนสองคน กว่าจะออกจากที่ ห้อง NUI ก็ประมาณ ตี 5 ได้ พวกเราเดินออกมา เพื่อขึ้น Taxi แล้ว มุ่งหน้าไปที่ตลาดปลา ซึกิจิ (Tsukiji ) กันเลย เย่!!!

จากที่พวกเราคาดการ การเดินทางออกตัวก่อนที่ รถไฟใต้ดินจะเปิดทำการ แปลว่า พวกเราต้องมาเป็นคิวที่ 1 อย่างแน่นอน

พวกเรามาถึงที่ ตลาดกัน ประมาณตี5 ครึ่งเห็นจะได้ คิวที่ร้าน ซูชิไดยาวแล้ววววว ... ยาวขนาดที่ ปิติถึงกับตกใจเลยทีเดียว มองประมาณการจากสายตา ไม่ต่ำกว่า 40 คน ได้ ... อากาศก็หนาว พวกเรายืนกันตัวสั่นเป็นลูกเป็ดน้อยๆเลยอ่ะ

แถวก็ค่อยๆ ขยับ จากนอกร้าน ค่อยๆเข้าใกล้ร้านขึ้นเรื่อยๆ ยังดีนะครับที่มีคุณป้า มาค่อยเอาซุปอุ่นๆ มาให้พวกเราได้พอแก้หนาวบ้าง ไม่งั้นคงแข็งแน่ๆ ...


หนาวแสร่ด อ่ะขอบอก ขอบอก ...
ตี5 ครึ่ง ... ุโมงเช้า ... 7โมงกว่า ๆ เกือบๆ 8 โมงได้ พวกเราก็มาถึงที่หน้าร้านแล้ว ปิติเล่าว่า ณ ตอนที่พวกเราอยู่ใกล้ๆ ประตูร้านว่า ... พ่อครัวร้านนี้ชอบชวนคุย คุยนั้นนู้นนี่ ยาว ค่อยๆถามว่าเอานั้นไหม? อร่อยหรือป่าว ... แทนที่จะรีบๆ เสริฟ รีบให้ให้ลูกค้ากิน แล้ว ก็รีบๆออก (เหอะๆๆๆ) แม่งก็เล่าอยู่นั้นแหละ ไม่รู้แม่งจะเล่า จะทักทายอะไรนักหนา คนในร้านแม่งก็ แทนที่จะรีบกิน แม่งก็คุย ยิ้ม นั้นนู้นนี่อยู่ได้ ((ปิตาซังก็บ่นๆไปงั้นแหละครับ ขำขำ))



ในที่สุดเราก็ได้เข้ามากิน ในร้านแล้ว โอกาสที่เราจะนั่งยาว ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ถ่ายรูป คุยกับ เชฟ มาถึงกูแล้ว ... สิ่งที่มาถึงเราเป็นสิ่งแรกก็คือ ซุปกับชาเขียว อุ่นๆ ... มันช่วยชีวิตผมได้มากเลยอ่ะครับ พ่อครัวเริ่มถามว่าแพ้ปลาไหม? .... แดกปลาร้าได้หรือป่าว? ... มีปลา 10 อย่างนั้น ชิ้น 11 เลิกที่ชอบเอานะ ... จากนั้นก็ชวนคุย แล้วก็ค่อยๆ เสริฟ ซูชิ ทีละชิ้น ทีละชิ้น ... 

ผมก็ตามภาษาคนไทย ถ่ายรูปมันทุกชิ้นเลย แล้วก็ รีบกิน (ในใจก็เกรงใจคนช้างนอกนะครับ แต่ก็แอบมีอารมณ์ ฮ่า ๆๆๆๆๆๆ ... ตากูช้าบ้างแหละ อิอิอิ แต่ก็ยังแอบสงสารนะครับ ดังนั้น รีบแดกรีบถ่ายดีก่า)

เรื่องของซูชิก็อร่อยครับ อร่อยมาก ก ก ก ก ก  .. กินๆๆๆ มันก็อร่อยในราคาที่ไม่แพงมากนักนะครับ ถ้ามีเวลา มีกำลังพอจะรอ ก็อยากแนะนำให้มากินนะครับ



เฮ้ย อร่อยน้ำตาไหลนะเนี๊ยะซูชิ สดๆ มันอร่อยอย่างนี้นี่เอง









หลังจากที่กินกันจนอิ่มแล้ว เก็บเงินแล้ว พร้อมจะออกจากร้านแล้ว ... เราก็ถ่ายรูปพวกเราเอง แล้วก็ขยับจะออก คุณป้า ... เดินเข้ามาเรียก แล้วทำท่าทางแบบว่า มาป้าถ่ายให้ จะได้รูปสวยๆพร้อม เชฟ ฮ่า ๆ พวกเราเลยยอมเสียเวลาอีกแป๊ปนึง (อารมณ์เหมือนแกล้งคนข้างนอกเลย) ... สุดท้ายพวกเราเลยได้รูปคู่เชฟมาอีก 1 รูป ประทับใจ ประทับใจ ดีครับ สำหรับร้าน ซูชิเดน


อร่อยจังเลย ... ปิตาซังสัญญาว่าคราวหน้าจะพาไปร้านเทพอีกร้านแบบไม่ต้องต่อคิว
แต่ต้องจอง และแพงกว่านิดหน่อย ... รอปิตาซังนะครัซ

ถ้าสังเกตดีดี จะเห็นรังศีอาฆาต มาจากนอกร้าน เป็น แสงสีแดง ที่ มี
คำพูดลอยมาด้วยว่า ... "รีบๆหน่อยพวกมึง"

พอเดินออกจากร้านมา ผมบอก ปิตาซังว่า อยากแวะร้านร้านนึงที่ เป็น ร้านกาแฟ น่ารักๆ ที่ครั้งก่อนมาเห็น ...  วันนี้ผมเลยเดินทางนำเพื่อนๆมาแวะร้านกาแฟ ... ร้านกาแฟยังน่ารักเหมือนเดิม พวกเราเดินขึ้นมาชั้นสอง สั่ง กาแฟ 2-3 แก้ว

สรุปกาแฟร้านนี้ก็ เรียบๆนะครับ แต่ก็ แก้ความอยากลองกินกาแฟร้านนี้ของผมไปได้ ...


หลังจากกาแฟแล้ว พวกเรา ก้กลับมาเอากระเป๋าที่ NUI แล้วก็ มุ่งหน้า ไปที่ Locker JR Uenoที่จะไป Airport กระเป๋า พวกเราก็ไม่ได้เยอะนะครับ นิดหน่อย นิดหน่อยเอง ดูรูปเอา ...

พวกเราลากกระเป๋า ขึ้นรถไฟมาลงที่ Ueno ครับ แล้วก็ยัดกระเป่าทุกใบใส่ Locker แล้วก็ออกมาเดินเล่น รอเวลาครับ มาแวะหยอดตู้กาชาปองที่ ตึกแถวๆ นั้น แล้วก็แวะวื้อของเล็กๆ น้อยๆครับ







พอเริ่มหิวก็แวะทาน ข้าวแกงกระหรี่ ราคาถูก เป็นการจบท้าย



เดินเล่นได้สักพัก ซื้อของเล่นนิดหน่อย ก็มากินข้าวแกงกระหรี่ ราคาไม่แพงแถวๆ นั้นครับ เป้นการรองท้องก่อนจะกลับบ้าน ที่กรุงเทพฯ เมืองไทยครับ พอได้เวลา พวกเราก็มารอรถไฟกันครับ ระหว่างรอก้นั่งเล่นเกมส์ ทำนู้นนี่นั้นไปเรื่อย ... 

ผมเองรู้สึกเหงานะครับ ใจนึงไม่อยากกลับบ้านเลย
แปลกดี ... ผมขึ้นรถไฟจาก โตเกียวมาที่นาริตะ แบบเหงาๆ เพราะว่าต้องกลับบ้านแล้ว ทริปนี้ ทริปแสนสนุกนี้กำลังจะจบลงแล้ว แบบ ... ประทับใจผมนะ ถึงจะเหนื่อย จะหนาว จะต้องรอกินนี่นั้น แต่ ทุกช่วงเวลา มันแม่งสนุกจริงๆ ...

มาถึงที่ นาริตะ เรา check-in กระเป๋ากันแบบสบายๆ เดินไป shopping กันนิดหน่อยก่อนขึ้นเครื่อง บินกลับบ้าน ...




ปากกาเขียนแล้ว ลบได้ ช๊อบชอบ ... อิอิอิ

กลับมาถึงกทม ... แล้วจ้า

จบทริปทุกอย่าง อย่างสมบูรณ์แบบ
ทริปแสนสนุก
ขอบคุณ
ปิตาซัง ที่พาเที่ยว ทำการบ้านอย่างหนักให้พวกเราไม่ต้องคิดมาก ... กินอร่อย นอนสบาย
เต้ย ที่ถ่ายรูปสวยๆ ทำให้ ไม่ต้องเอากล้องไป มึงแบกหนัก พวกกูสบาย ...
ตั้ม ช่วยเติมเต็ม ทริป มีมุขขำๆบ้าง ไม่ขำบ้าง ... + ช่วยเต้ยถือของ และซื้อมิกุอย่างบ้าคลั่ง
ขอบคุณ Sapporo ที่ ทำให้รู้ว่า พายุหิมะเป็นยังไง ...
ขอบคุณ Otaru ที่เป็นเมืองน่ารักๆ ... ของแพงแต่อยากซื้อ
Neseki ที่ทำให้สนุกสนามกับ Snow board
ของคุณ Hakodate ที่เป็นวิวสวยๆ อากาศหนาวๆ ... ออนเซ็นเปิดซิง
ขอบคุณร้านปู ทำให้ได้กินปูตัวใหญ่
ขอบคุณ ข้าวสาร Hostel ... มีที่นอนสองชั้น ได้นอนชั้นบนด้วย
ขอบคุณคุณลุง Tram ที่เอาหมวกน้องฮุยมาคืนปิตาซัง
ขอบคุณ ชินคังเซน ที่รอปิติจนวินาทีสุดท้าย
Miku ขอบคุณที่ทำให้ พวกเรารู้จัก Nendoroid
ขอบคุณ NUI เป็นที่ ปรับทุกข์เรื่องหัวใจ
JINs สำหรับแว่นตาดีดี
ขอบคุณ Madarake สำหรับ JOJO โจสุเกะ
ขอบคุณ กินซ่า สำหรับ ข้าวหมูทอด
ขอบคุณร้าน Hamberg ทำให้รู้ว่า โลกนี้มีเนื้ออย่างคุณ
อากิฮาบาระ สำหรับ Figure น่ารักๆ ทุกตัว
ขอบคุณ โตเกียว สำหรับ พายุหิมะหนักๆ วันนั้น
ขอบคุณ ร่มของ NUI ทำให้ผมไม่เปียกหิมะ
ขอบคุณ คุณป้า ร้านซูชิที่ถ่ายรูปให้
ขอบคุณ ขอบคุณ ขอบคุณ ทุกช่วงเวลาใน ทริปนี้เลย



Monday, May 19, 2014

Day 10 : Tokyo Trip ~ ลุยหิมะ Nakano, Harajuku & Shibuya

DAY 10 : วันหิมะในโตเกียว ... Review NUI* เที่ยว Nakano, Harajuku ตบท้ายด้วย Shibuya

วันนี้ตื่นสาย ... หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเสร็จก็เลย มานั่งเล่น Internet บนเตียงตัวเองเงียบๆ ... แอบถ่ายเตียงตัวเองด้วย ไม่รู้ทำไมรู้สึกว่า เรา ปูเตียงได้น่านอนมาก ๆ ... จัดทุกอย่างเป็นระเบียบดี ฮ่า ๆๆ (ยอตัวเองก็ได้แหะ)) ระหว่างเล่น ไปก็ อัพ IG, Facebook ไปเรื่อย รอเพื่อนๆ ดู อากาศ วันนี้หิมะจะหนักไหม? จะเหมือนเมื่อวานหรือป่าวว๊า ??? ...

พอชะโงกหน้าออกไปดูวิวก็พบว่า วันนี้หิมะละลายไปเยอะแล้ว มีการออกมาตักหิมะ (กวาดหิมะ) ออกจากหน้าอาคาร หน้าบ้านตัวเองบ้างแล้ว ... ทำให้สบายใจได้เยอะว่าวันนี้อากาศน่าจะดี (มั๊ง)

เตียงผมเอง จัดเอง น่านอนไหอ่ะครับ อุ่นมาก ๆ ... นิ่มด้วย
ภูมิใจกับ การปูเตียงของตัวเองมากๆ


มีการหยิบเอากล่อง Miku มาชื่นชมด้วยนิดหน่อย
ยังไม่รู้เลยว่า แกะมาจะเป็นยังไง?

ระหว่างที่เราเดินออกมาจาก NUI หิมะ ที่เริ่มละลายก็แฉะๆอ่ะเน่อะ ... มันเต็ม และ ทั่วเมืองไปหมดเลย เช้านี้พวกเองแหละ ชวนเพื่อนๆ ออกมาร้านขายของที่ระลึกราคาถูกที่แนะนำไปคราวก่อน ... มาคราวนี้โชคดีมากๆ ที่ร้านๆนี้อยู่ใกล้ที่พักเอามากๆ เดินออกมานิดเดียวก็ถึง กะว่าวันนี้จะพาเพื่อนๆ มาดูของที่ระลึกที่นี้แหละ เพื่อว่าจะได้ ...



แต่ต้อง SAD เพราะว่า แม่งปิด ... !!! อะรายว่ะ
ร้านนี้สงสัยแม่งจะมีความแค้นอะไรกับผม ปิดได้ ปิดดี ปิดตลอดเวลา วันนี้ไม่ซื้อก้ได้ว่ะ ... แม่ง ง ง ง ง ง ง ง ง ง


ปิด ปิดทำไมว่ะเนี๊ยะ ?




พวกเราก็เลยตัดสินใจว่า ช่างแม่งแล้วกันกับร้านนี้ ถ้ามีโอกาสค่อยว่ากัน ....

วันนี้ ไปนอกเมืองกันตามแผนที่ปิติบอกไว้แทนแล้วกัน (เพราะว่าผมขอแหละ อยากออกไปนอกตัวเมืองโตเกียวสักวันนึง เพราะว่า ผมชอบ บรรยากาศของเมืองเล็กๆ มากกว่าโตเกียว) พวกเราก็เลยนั่ง รถไฟใต้ดินมาต่อ JR ระหว่างที่ มาต่อรถก็แวะทานข้าวเช้ากันก่อนนิดหน่อย ... เรียบร้อยอิ่มก็ลุยกันเลย

พวกเรามาต่อรถที่สถานีรถไฟเพื่อจะออกไปนอกเมือง (จำไม่ได้ว่าจะไปเมืองไหน? คิดว่าเมืองชื่อว่า Kanagawa นะ ถ้าจำไม่ผิด) นั้นแหละ ระหว่างที่ต่อรถ ปิติดูเที่ยวรถไฟ ... สุดท้ายพบว่า ออกนอกเมืองไม่ได้ เพราะว่า เนื่องจากเมื่อคืนนี้ หิมะถล่มหนักทำให้มีต้นไม้ล่ม ขวางรางรถไฟ รถไฟวิ่งไม่ได้ ... ก็ออกนอกเมืองไม่ได้ 


แห้วสิครัซ
วันนี้แห้วทั้งวัน
อะรายว่ะ ...

ปิติเห็นท่าไม่ดีเลยชวนพวกเราไปเที่ยวในเมืองแทน ไปดู Figure แทนแล้วกัน  ... นั้นคือ มุ่งหน้าสู่เมืองหลวง โอตาคุ Nakano นั้นเอง


กลุ่มเด้กๆ เข้าแถว นับจำนวนเตรียมตัวข้ามถนน ..



เส้นทางที่จะออกนอกเมือง เงียบมาก ก ก รถไฟไม่วิ่ง แง แง T-T

พวกเรามาถึง Nakano ได้ไม่ยากด้วยกันนั่ง JRPass สบายๆ ... ผมเองไม่เคยมาที่ Nakano  เหมือนกันนะครับ จังหวะแรกที่มาถึง พวกเราก็แนวเดิม เข้าไปหยอดตู้ ตกตุ๊กตากันเอา ฤกษ์เอาชัยก่อน ... ได้ครับ แต่ได้ในราคาที่พอๆกับไปเดินซื้อเลย ... (ฮ่าๆๆ) จริงๆ ตัวยุก็ยังคงเป็นพวกผมอยู่ดี เดินๆ เห็น ตุ๊กตาตั้งเอาไว้แล้ว มันอดไม่ไ้ดจริงๆ อยากจะได้มันขึ้นมาซะงั้น ก็พี่แกแต่ล่ะร้านตั้งเอาไว้ โคตรๆ จะล่อตาตล่อใจเลยอ่ะ ประมาณ เขี่ยอีกนิดก็หล่นแล้ว ((แต่มันก็ไม่ได้ง่ายขนาดนั้นเสมอไปนะ))

ที่ Nakano ปิติพาไปเดินดู Figure แบบเดียวกับที่ Akihabara เลย แต่ที่นี้นอกจาก ตัวโมเดลแล้วยังมีอะไรอีกมากมายให้ดู ถ้าจำไม่ผิด ปิติได้ Jojo ไปหลายตัว เต้ยก็ได้ Miku อีกหลายตัว ส่วนตัวผมเกือบ(เกือบนะ) เกือบได้ ชุดกับหมวกของ ลอว์ แล้ว

ดูดิ ตั้งแบบนี้ มันก็น้ำลายไหลอ่ะดิ ... โดนไปก่อนเลย ... 1,500เยนได้ไหมนะ ?

ชุดนี่เลยเกือบได้แล้วเชียว ... ไม่กล้าซื้อเพราะไม่รู้จะเอามาใส่ตอนไหน?


Miku น่าซื้อ น่าโดนมาก ๆ ...




พวกเราอยู่ที่ Nakano กันนานเลย ทั้งๆที่ ตึกนี้มีอยู่ประมาณ 3-4 ชั้น แต่พวกเราเดินเข้าร้านนี้ ออกร้านนั้น ดูนั้น มองนี่ไปเรื่อยกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ ... น้านแหละมืด .... ออกมาจาก Nakano อีกทีก็เกือบๆ มืดแล้วอ่ะ เป้าต่อไปของพวกเราคือ Harajuku ครับ ที่ ฮาราจูกุ(Harajuku) พวกเราก็ทำตามไกด์บุ๊คบอกแหละครับ ... กินเครป KITTY LAND กะว่าจะเข้าไปซื้อ ถุงยางด้วย ... เดินดูๆ เล่นๆอยู่พักใหญ่ๆ จนเริ่มหิวก็แวะหม่ำราเมนกัน ที่ร้านเทพอีกร้านของปิติ






มาถึง ... ฮาราจุกุแล้ว แจร๊ ... 





กินเครป ตามทำเนียนปฏิบัติ
ร้านราเมงร้านนี้ผมก็จำชื่อมันไม่ได้เหมือนกันนะครับ แต่ร้านอยู่ต้นๆ ฮาราจูกุ(Harajuku) เลยอ่ะครับ หาไม่ยาก คราวก่อนที่แวะมาก็ ว่าจะเข้า แต่คนเยอะ อีกอย่างไม่ชัวร์ด้วยว่าอร่อยเด็ดไหม? ... ส่วนใครที่อยากมาก็จำหน้าร้านเอาไว้แล้วกันนะครับ ราเมงร้านนี้ อร่อยดีนะครับ (ผมชอบ) คราวก่อนมาเห็นคนเยอะแยะ ก็ไม่ได้แวะกิน คราวนี้ปิติ บอกว่า เทพก็จัดไป 1 ชาม อิ่มจังเลย ... อร่อย ย ย ย ย ย ย ย

ก่อนจะออกจาก ฮาราจุกุ ผมบอกปิติว่าของตามหา MUJI หน่อย เพราะว่ามีอะไรอย่างนึงที่อยากซื้อ คราวก่อนผมก็มาเจอ ที่ MUJI ที่นี่แหละ เดินวนไปวนมา 15 นาทีก้หาไม่เจอ ผมจำไม่ได้จริงๆ ว่ามันอยู่ตรงไหน ? ... (เสียใจ) ... สุดท้ายปิติบอกว่า ไว้ไปเดินหาที่ ชิบูย่าก็น่าจะมีนะ ผมก็เลย OK ตามนั้น





ได้นี่แหละที่ผมตามหา ... http://goo.gl/4R0VKW #MUJI

เป้าต่อไปของพวกเรา คือ พาเต้ย ตั้มไป แยก ชิบูย่า(Shibuya) ก่อนไปก็ แชะรูปที่หน้า สถานีรถไฟของ Harajuku กันก่อน เพลินๆ ระหว่างทางที่เดินไป ชิบูย่า ปิติ ผมก็ หลอกเต้ย ไปตลอดเส้นทาง ว่า "แยกนี้แหละมึง ออกไปถ่ายรูปดิ" ~ ก็ไม่รู้จะหลอกทำไม?




มาถึง ชิบูย่า(Shibuya) สิ่งนึงที่ผมไม่เคยได้พบเห็นเลย นั้นคือ หมาฮะจิ แบบเป็นหิมะ มี ฮะจิ 2 ตัว เว้ยเฮ้ย ... Amazing มา ใครปั้น มาได้ไง ? มีแต่คนรุมถ่ายภาพ ผมว่านะ มันเป็นอะไรที่แปลกมาก ก ก ก สำหรับผมเลย และ ผมคิดว่า ภาพแบบนี้คงมีแค่บางช่วงเวลาจริงๆ ... จริงๆนะ จากคราวก่อนที่ หมาฮะจิเป็นสถานที่ที่ไว้นัดเจอ ดูดบุหรี่กัน วันนี้กลับกลายเป็นที่ที่ มีแต่คนมาถ่ายรูป แถบจะไม่เห็น คนดูดบุหรี่เลยด้วยช้ำ ...

สุดยอดไปเลย ฮะจิ



แยก ชิบูย่า(Shibuya) ก็วุ่นวายเหมือนเดิม เต้ย ตั้ม ถ่ายรูปกันสนุกสนานมา พวกเราข้ามไปข้ามมา จนเพลิน หลายรอบอยู่ ... พวกเราข้ามมาที่ Starbuck ด้วย เพราะว่าช่วงที่มาใกล้ Valentine เต้ยได้ข่าวมาจากเมืองไทยว่า มันจะมี แก้วพิเศษ ที่ Starbuck ทำขึ้นเป็น ลายซากุระ แถมมันพิเศษตรงที่ว่า ลายกลีบซากุระจะขึ้น เฉพาะเวลาที่กินกับน้ำเย็นด้วย ... ว้าว ว ว ว อยากได้ แต่ก็ 



สิ้นหวังเหมือนเดิม คือ มันหมด และ หมด ...

อยากได้อันนี้อ่ะ แก้ว ซากุระ ของ #Starbucks
สรุปแห้วอีกแล้ว ...
วันนี้แห้วไป 4/5 รอบ สบายใจจังเลยเรา





หลังจากเดินเล่น อิ่มแล้ว ปิตาซังก็พาพวกเรามาที่ MUJI (อันนี้ผมขอเอง) เพราะว่า ผมกำลังตามหาที่เสียบปากกา ที่ มันหาไม่ได้ที่เมืองไทย (ไม่เข้าใจว่าทำไมหาไม่ได้) มาเจอ MUJI ที่นี้ เป็น MUJI ที่ใหญ่มาก ๆ มี 4-5 ชั้นได้ ผมเดินๆ ๆ ๆ ๆ ๆ หา ตอนแรกเกือบสิ้นหวังแล้วว่ามันจะไม่มี ...

แต่สุดท้ายอ่ะเหรอ ... เหมามาแทบจะหมดร้านเลย ... ((ได้ของไปฝากพวกเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศแล้ว จบภาระกิจ))
สายตากูนี่ ดีจริงๆเลย

ตอนจาก MUJI เราไปที่ ร้านอะไรนะ ร้าน Donky เรามาที่นี้เพราะว่าต้องซื้อของหลายอย่าง เช่น พวกขนมที่เอามาทำขนม ซื้อที่พอกหน้า ถุงยาง 0.01mm ซื้ออะไรอีกเยอะพอควร ... และสุดท้าย เต้ย ซื้อกระเป๋าเดินทางเอาไปใส่ ตุ๊กตากลับเมืองไทย ...

หลังจาก Shopping แล้ว ทุกอย่างเอายัดลงไปในกระเป๋าเดินทางใบใหม่ของเต้ย ตั้ม ... เดินลาก ชิวล์ๆ ... เรายังได้ของแถมกลับมาจากการที่ผมเหลือบไปเห็น สตอเบอร์รี่ขาวแดงสลับกัน ... สายตาปิตาซังก็เหลือบไปเห็น สตอเบอร์รี่เทพ ชื่อว่า "ทามาโอ๊ะ" ... 

ปิตาซังบอกว่า อร่อยแสร่ด มึง อร่อยละลายในปาก
จัดไปว่ะเพื่อน ...





ลากกระเป๋า หอบทุกอย่างกลับมาที่ห้อง ปล. (คุ้นๆว่าวันนี้ก็ เช่าล๊อกเกอร์นะ) กลับมาก็แวะ mini-mart ซื้อข้าวมากินรอบดึกกันอีก ... กินยากิโซบะ แล้วก็ตบท้ายด้วย ทะมาโอะ เทพ ละลายในปากจริงๆครับ อร่อย สมคำล่ำลือจริงๆ ... ต้องจดจำชื่อนี้ไว้ในหัว ทามาโอะ ทะมาโอะ ...

อิ่มแล้ว ซักผ้า ... อาบน้ำ นอน เว้ย ... จบ

สตอเบอร์รี่ไม่ละลายในมือ แต่ละลายในปาก ทามาโอะ